Please wait...

E-catalogue
สายด่วน
0
Loading...
0
คุณไม่มีรายการสินค้าในตะกร้าของคุณ
0 สินค้าในตะกร้า
ยอดรวมรถเข็น : 0
×
พาส่องไอเดียจัดโต๊ะทำงานในออฟฟิศให้น่าทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

พาส่องไอเดียจัดโต๊ะทำงานในออฟฟิศให้น่าทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หลายคนอาจมองว่าการจัดโต๊ะทำงานเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามหรือความเป็นระเบียบเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว “สภาพแวดล้อมในการทำงาน” ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงสุขภาพร่างกายในระยะยาวอีกด้วย หากโต๊ะทำงานรก พื้นที่ไม่เหมาะสม หรืออุปกรณ์วางไม่ถูกตำแหน่ง อาจทำให้เกิดความเครียด สมาธิลดลง และเสี่ยงต่ออาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานการจัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสมจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของออฟฟิศยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ การจัดวางอุปกรณ์ หรือการออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับลักษณะงาน ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายแนวคิดให้เลือกใช้งาน เพื่อช่วยเพิ่มทั้งความสะดวก ความคล่องตัว และบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือกใช้ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ที่เหมาะสม ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างออฟฟิศที่น่าทำงานและตอบโจทย์พนักงานในทุกด้าน ทำไมการจัดโต๊ะทำงานถึงสำคัญ การจัดโต๊ะทำงานไม่ได้มีผลเพียงแค่เรื่องความเป็นระเบียบเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพในการทำงาน สุขภาพกาย สุขภาพใจ และบรรยากาศโดยรวมของออฟฟิศอีกด้วย โดยเฉพาะในยุคที่หลายองค์กรให้ความสำคัญกับ Employee Experience หรือประสบการณ์ในการทำงานของพนักงานมากขึ้นหนึ่งในหลักการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบพื้นที่ทำงานคือ “หลักสรีระศาสตร์” หรือ Ergonomics ซึ่งเน้นการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้งาน เพื่อลดอาการปวดคอ ปวดหลัง หรือออฟฟิศซินโดรมจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เช่น การเลือกใช้ โต๊ะสำนักงาน ที่มีความสูงเหมาะสม และใช้งานร่วมกับ เก้าอี้สำนักงาน ที่รองรับสรีระได้ดีนอกจากนี้ การจัดโต๊ะทำงานอย่างเป็นระเบียบยังช่วยให้พนักงานสามารถหยิบจับอุปกรณ์ได้สะดวก ลดเวลาค้นหาของ เพิ่มพื้นที่ใช้งาน และช่วยให้สภาพแวดล้อมดูสะอาดสบายตา ส่งผลต่อความรู้สึกผ่อนคลายและเพิ่มสมาธิในการทำงานได้มากขึ้น อีกทั้งออฟฟิศที่มีการจัดพื้นที่อย่างเหมาะสมยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ทั้งในมุมของพนักงานและผู้มาติดต่ออีกด้วย ไอเดียจัดโต๊ะทำงานในออฟฟิศยอดนิยม ปัจจุบันการจัดโต๊ะทำงานในออฟฟิศมีหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน แต่ละสไตล์มีจุดเด่นเฉพาะตัว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในมุมที่ต่างกันออกไป 1. จัดโต๊ะทำงานแบบ L-Shape การจัดโต๊ะทำงานแบบ L-Shape หรือโต๊ะรูปตัว L เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในออฟฟิศที่ต้องการพื้นที่ใช้งานค่อนข้างมาก จุดเด่นคือช่วยแบ่งพื้นที่ทำงานออกเป็นสัดส่วน เช่น ด้านหนึ่งใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ อีกด้านใช้สำหรับเอกสารหรือการประชุมย่อย ทำให้สามารถทำงานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้นรูปแบบนี้เหมาะกับพนักงานที่ต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่างพร้อมกัน เช่น ฝ่ายกราฟิก บัญชี หรือผู้บริหาร รวมถึงออฟฟิศที่มีพื้นที่เพียงพอในการจัดวางโต๊ะขนาดใหญ่ เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า 2. จัดโต๊ะทำงานแบบ Hot Desk Hot Desk คือรูปแบบการจัดโต๊ะที่ไม่มีที่นั่งประจำ พนักงานสามารถเลือกนั่งทำงานตรงไหนก็ได้ตามความสะดวกในแต่ละวัน แนวคิดนี้ได้รับความนิยมมากในองค์กรยุคใหม่ที่มีระบบ Hybrid Working หรือ Work from Anywhere จุดเด่นคือช่วยประหยัดพื้นที่ ลดจำนวนโต๊ะที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสื่อสารระหว่างทีม เพราะพนักงานสามารถสลับที่นั่งและทำงานร่วมกับคนในแผนกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นรูปแบบนี้เหมาะกับบริษัท Startup, Co-working Space หรือองค์กรที่พนักงานไม่ได้เข้าทำงานพร้อมกันทุกวัน 3. จัดโต๊ะทำงานแบบ Open Office Open Office คือการจัดออฟฟิศแบบเปิด ไม่มีผนังกั้นระหว่างพนักงาน ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง โล่ง และเพิ่มการสื่อสารภายในทีมได้ง่าย จุดเด่นของการจัดโต๊ะแบบนี้คือช่วยลดความอึดอัดในการทำงาน ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และทำให้หัวหน้าหรือทีมงานสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณในการกั้นห้องหรือแบ่งพื้นที่เหมาะกับองค์กรที่เน้นการทำงานเป็นทีม เช่น บริษัทโฆษณา เอเจนซี หรือบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ต้องการความคล่องตัวสูง 4. จัดโต๊ะทำงานแบบ Standing Desk และ Sitting Desk การใช้โต๊ะทำงานแบบปรับระดับได้ หรือ Standing Desk กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยลดปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานนานเกินไป ผู้ใช้งานสามารถสลับระหว่างการนั่งและยืนทำงานได้ตลอดวัน จุดเด่นคือช่วยลดอาการปวดหลัง เพิ่มการไหลเวียนเลือด และช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้น เหมาะกับพนักงานที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานส่วน Sitting Desk ยังคงเหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง หรือการทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง โดยสามารถเลือกใช้งานร่วมกับเก้าอี้ที่รองรับสรีระเพื่อเพิ่มความสบายในการทำงานได้ 5. จัดโต๊ะทำงานแบบ Activity-Based Working (ABW) Activity-Based Working หรือ ABW คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่เงียบสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ พื้นที่ประชุม พื้นที่ทำงานร่วมกัน หรือโซนพักผ่อน จุดเด่นคือช่วยให้พนักงานสามารถเลือกพื้นที่ทำงานที่เหมาะกับลักษณะงานในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้เกิดความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นรูปแบบนี้เหมาะกับองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมการทำงานสมัยใหม่ และส่งเสริมทั้ง Productivity และ Work-Life Balance ไปพร้อมกัน การเลือกโต๊ะทำงานสำหรับออฟฟิศ การเลือกโต๊ะทำงานสำหรับออฟฟิศควรพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ “พื้นที่ใช้สอย” และ “งบประมาณ” เพื่อให้ได้โต๊ะที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่ามากที่สุด 1. การเลือกโต๊ะทำงานจากพื้นที่ใช้สอย ก่อนเลือกโต๊ะทำงาน ควรวัดพื้นที่ภายในออฟฟิศให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้โต๊ะมีขนาดใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ควรคำนึงถึงระยะเดิน พื้นที่วางอุปกรณ์ และจำนวนพนักงานร่วมด้วย หากเป็นออฟฟิศขนาดเล็ก อาจเลือกใช้โต๊ะแบบ Compact หรือ Hot Desk เพื่อประหยัดพื้นที่ ส่วนออฟฟิศขนาดใหญ่สามารถเลือกใช้โต๊ะ L-Shape หรือ Open Office ได้อย่างลงตัว 2. การเลือกโต๊ะทำงานจากราคาและความคุ้มค่า งบประมาณถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะโต๊ะทำงานมีหลายระดับราคา ขึ้นอยู่กับวัสดุ ขนาด และฟังก์ชันการใช้งาน ควรเลือกโต๊ะที่มีคุณภาพ แข็งแรง และเหมาะกับลักษณะงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในอนาคต รวมถึงควรพิจารณาความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว การจัดโต๊ะทำงานในออฟฟิศไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพในการทำงาน สุขภาพ และบรรยากาศภายในองค์กรอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสไตล์การจัดโต๊ะแบบ L-Shape, Hot Desk, Open Office หรือ Standing Desk ล้วนมีจุดเด่นที่เหมาะกับลักษณะการทำงานแตกต่างกัน การเลือกโต๊ะและเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมจึงช่วยให้ออฟฟิศน่าทำงานมากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพหากกำลังมองหาโต๊ะทำงานและเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพ JenStore พร้อมให้บริการครบครัน ทั้งโต๊ะสำนักงาน เก้าอี้สำนักงาน โต๊ะประชุม และอุปกรณ์สำนักงานหลากหลายรูปแบบ รองรับทุกสไตล์การจัดออฟฟิศยุคใหม่สนใจสินค้าติดต่อเรา Jenstore

2023-09-25
How to ทิ้ง? ทิ้งลงถังขยะอย่างไรที่ช่วยลดปัญหาขยะล้นโลก

How to ทิ้ง? ทิ้งลงถังขยะอย่างไรที่ช่วยลดปัญหาขยะล้นโลกถังขยะแยกประเภทไอเทมสำคัญที่ช่วยลดจำนวนขยะปัญหาขยะล้นโลกกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังหาวิธีในการแก้ไขปัญหา ในประเทศไทยเองก็มีปัญหาขยะล้นเมืองอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครในปี 2565 มีปริมาณขยะ 10,706 ตันต่อวัน คิดเฉลี่ยต่อประชากรในกรุงเทพมหานคร 1 คนสามารถสร้างทิ้งขยะได้วันละ 2-3 กิโลกรัม แต่สามารถแยกขยะและนำไปรีไซเคิลได้เพียง 3,672 ตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งปัญหาใหญ่ที่ทำให้สามารถนำขยะมารีไซเคิลได้น้อยเกิดจากประชากรที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพไม่แยกขยะและทิ้งขยะไม่ถูกประเภทของถังขยะจึงทำให้ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ปนเปื้อนไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ หรือหากต้องการนำมารีไซเคิลต้องนำมาล้างทำความสะอาดก่อนซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีการจัดเตรียมถังขยะแยกประเภทกระจายไปยังพื้นที่สาธารณะและแหล่งชุมชนต่าง ๆ ถังขยะแยกประเภทแต่ละสีเพื่อให้ประชาชนคัดแยกขยะได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ซึ่งถังขยะแยกประเภทจะมีสีที่แตกต่างกันตามประเภทของขยะเพื่อให้ประชาชนสามารถแยกขยะได้ถูกต้อง โดยแต่ละสีมีความหมายดังนี้1. ถังขยะสีเขียว ใช้สำหรับทิ้งขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ โดยขยะชนิดนี้สามารถนำมาหมักเพื่อทำเป็นปุ๋ยได้ 2. ถังขยะสีเหลือง ใช้สำหรับทิ้งขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลหรือขยะมูลฝอยที่ยังใช้งานได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ เป็นต้น 3. ถังขยะสีแดง ใช้สำหรับทิ้งขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์, ขวดยา, ถ่านไฟฉาย, กระป๋องสีสเปรย์, กระป๋องยาฆ่าแมลง, บรรจุภัณฑ์สารอันตรายต่าง ๆ เป็นต้น 4. ถังขยะสีน้ำเงิน ใช้สำหรับทิ้งขยะหรือมูลฝอยทั่วไป หรือขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะที่ใส่ในถังขยะสีอื่น ซึ่งที่ไม่เป็นพิษและไม่คุ้มค่าในการรีไซเคิล เช่น ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อน, พลาสติกห่อลูกอม, ซองบะหมี่สำเร็จรูป, ถุงพลาสติก, กล่องโฟมและฟอยล์ที่เปื้อนอาหาร เป็นต้น 5. ถังขยะสีส้มหรือบางครั้งก็ใช้เป็นถังขยะสีแดง ใช้สำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ ขยะทางการแพทย์ในการตรวจ รักษา วินิจฉัย เช่น หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว, ถุงมือ, กระดาษชำระ, สำลี, ผ้าก๊อซ เป็นต้น วิธีการลดจำนวนขยะ หลังจากที่มีการกระจายถังขยะแยกประเภทไปตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะและการทิ้งขยะลงถังขยะแยกประเภทให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มให้ความรู้ตั้งแต่ในครัวเรือน, ชุมชน, สถานประกอบการ, อาคารสำนักงาน, สถาบันการศึกษา และห้างสรรพสินค้า ซึ่งข้อกำหนดในการคัดแยกขยะ ดังนี้ข้อกำหนดในการคัดแยกขยะในสถานประกอบการและชุมชน ก่อนทิ้งขยะลงถังขยะควรต้องมีการคัดแยกขยะตามประเภทของขยะ โดยมีการคัดแยกขยะแต่ละประเภทดังนี้ขยะเปียกควรแยกระหว่างเศษอาหารกับเศษใบไม้เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดก่อนทิ้งลงถังขยะขยะรีไซเคิลก่อนนำไปทิ้งลงถังขยะรีไซเคิลควรแยกขยะรีไซเคิลแต่ละชนิดออกจากกันก่อนนำไปทิ้งถังขยะหรือคัดแยกเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง เช่น นำไปขาย หรือบริจาคให้กับหน่วยงานที่ต้องการขยะรีไซเคิล โดยขยะรีไซเคิลมีทั้งหมด 4 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่กระดาษ ควรแยกตามประเภทของกระดาษ เช่น หนังสือพิมพ์, สมุด, หนังสือ, กล่องกระดาษ, ลัง และเศษกระดาษ ออกจากกันแล้วมัดแยกประเภทไว้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว เช่น ขวดแก้ว ควรกำจัดผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านในออกไปให้หมดจากนั้นนำไปทำความสะอาดแล้วจึงนำไปทิ้งลงถังขยะหรือสามารถนำไปขายได้ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เช่น ขวดน้ำพลาสติก, ถุงพลาสติก, ช้อนส้อมพลาสติก ควรกำจัดผลิตภัณฑ์ที่อยู่ข้างในออกให้หมดจากนั้นจึงนำไปทำความสะอาด โดยหากเป็นขวดพลาสติกควรบีบขวดให้แบนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บโดยแยกระหว่างพลาสติกขุ่นและพลาสติกใสแล้วจึงนำไปใส่ในถังขยะ ส่วนถุงพลาสติกและช้อนส้อมพลาสติกหากทำความสะอาดแล้วก็สามารถนำไปทิ้งลงในถังขยะรีไซเคิลได้เลยผลิตภัณฑ์โลหะหรืออโลหะ เช่น กระป๋องน้ำอัดลม, กระป๋องน้ำผลไม้, กระป๋องเบียร์, อะไหล่เครื่องยนต์, หม้อ, กระทะ ก่อนนำทิ้งถังขยะต้องเทผลิตภัณฑ์ในกระป๋องออกให้หมดและล้างน้ำทำความสะอาดบีบให้แบนเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ ดึงฝาอะลูมิเนียมออกจากกระป๋องและผึ่งให้แห้ง หลังจากนั้นควรแยกประเภทของโลหะหรืออโลหะ และรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดเพื่อนำไปรีไซเคิลซึ่งโลหะหรืออโลหะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ทุกชิ้นส่วน หรือหากนำไปขายก็สามารถขายได้ราคาขยะอันตรายต้องจัดเก็บให้มิดชิดและควรทิ้งขยะลงในถังขยะอันตรายโดยเฉพาะ ซึ่งถังขยะควรต้องมีความมิดชิดและแข็งแรงและควรรองด้วยถุงขยะสีแดงเพื่อป้องกันการรั่วไหลขยะติดเชื้อโดยเฉพาะหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษา ควรทิ้งลงในถุงขยะสีส้มหรือสีแดงจำนวน 2 ชั้น และปิดปากถุงให้แน่นโดยบริเวณที่มัดปากถุงควรเช็ดแอลกอฮอล์ และจึงนำไปถึงลงในถังขยะติดเชื้อขยะทั่วไปเป็นประเภทของขยะที่ไม่สามารถนำมาทำประโยชน์ได้จึงควรทิ้งลงถังขยะทั่วไปโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถนำไปกำจัดได้ทันทีไม่ต้องมาเสียเวลาในการคัดแยกอีกสถานที่ในการเก็บกักขยะที่คัดแยกควรเป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่กีดขวางทางเดิน อยู่ห่างจากสถานที่ประกอบอาหาร ที่รับประทานอาหาร และแหล่งน้ำดื่มเพื่อป้องกันการปนเปื้อนห้ามเก็บกักขยะอันตรายไว้รวมกัน โดยให้แยกเก็บเป็นประเภท ๆ หากเป็นของเหลวให้ใส่ถังหรือภาชนะบรรจุที่มิดชิดและไม่รั่วไหล หากเป็นของแข็งหรือกึ่งของแข็งให้เก็บใส่ถังขยะหรือภาชนะที่แข็งแรงหากมีการใช้น้ำทำความสะอาดวัสดุคัดแยกแล้วหรือวัสดุเหลือใช้ที่มีไขมันหรือตะกอนน้ำมันปนเปื้อน จะต้องระบายน้ำเสียนั้นผ่านตะแกรงและบ่อดักไขมันก่อนระบายสู่ท่อน้ำสาธารณะห้ามเผา หลอม สกัดเพื่อคัดแยกโลหะมีค่าหรือทำลายขยะในบริเวณที่พักอาศัยหรือพื้นที่ที่ไม่มีระบบป้องกันไม่มีการควบคุมของเสียเพื่อป้องกันอันตรายและการไหลรั่วของสารพิษที่อาจก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้การคัดแยกให้ทิ้งขยะลงในถังขยะแยกประเภทเป็นการแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานที่จะช่วยให้สามารถคัดแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะขยะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันจึงส่งผลให้ขยะแต่ละชนิดมีระยะเวลาในการย่อยสลายที่สั้นหรือยาวที่ต่างกันและมีวิธีในการกำจัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทิ้งขยะลงถังขยะแยกประเภทจะช่วยให้คัดแยกขยะที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งส่งผลให้ปริมาณขยะมีจำนวนลดน้อย และขยะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ต้องถูกฝังกลบก็มีจำนวนลดน้อยลงเช่นเดียวกัน จึงทำให้สิ่งแวดล้อมมีความเสี่ยงที่ลดน้อยในการถูกทำลาย ซึ่งกรุงเทพมหานครเองก็มีแผนระยะยาวในการลดปริมาณขยะโดยตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (2556-2575) มีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครให้เหลือศูนย์หรือลดจำนวนขยะที่ต้องกำจัดไม่เกิน ร้อยละ 20 และต้องเปลี่ยนวิธีทิ้งขยะและกำจัดขยะจากการฝังกลบที่ปัจจุบันขยะส่วนใหญ่ต้องถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบถึงร้อยละ 80 ให้เหลือเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น โดยจะหันมาสร้างโรงไฟฟ้าขยะให้มากขึ้นเพื่อให้นำขยะกลับมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด Jenstore by Jenbunjerd จำหน่ายถังขยะรีไซเคิล,ถัง ขยะ 4 สี, ถังขยะอันตราย, ถังขยะพลาสติก, ถังขยะแยกประเภท, ถังขยะเทศบาล ที่ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายเพื่อเพิ่มความสะดวกในการคัดแยกขยะ มีหลายขนาด หลายรูปทรงให้เลือกใช้งาน มีทั้งแบบมีฝาปิดและไม่มีฝาปิด อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบ พร้อมบริการหลังการขายที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างมืออาชีพ สนใจสินค้าติดต่อเราWebsite :https://www.jenstore.com (Live Chat) ฝ่ายขาย : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected]บริการลูกค้า : 02-096-9898 ext 3102-3103 Email : [email protected] LINE Official Account:@jenstoreFacebook :เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
วิธีประกอบล้อรถเข็น ประกอบล้อรถเข็นอย่างไร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

วิธีประกอบล้อรภเข็น ประกอบล้อรถเข็นอย่างไร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานหลายคนอาจจะคุ้นเคยล้อรถเข็นอุปกรณ์ทรงกลมที่มักถูกยึดติดกับอุปกรณ์หลากหลายชนิด เช่น รถเข็นช้อปปิ้ง, รถเข็น 4 ล้อ, รถเข็นสัมภาระ หรือใช้ติดตั้งในเฟอร์นิเจอร์เช่น ชั้นวางสินค้า, เก้าอี้สำนักงาน ล้อรถเข็นจึงเป็นอุปกรณ์ที่ในทุกอุตสาหกรรมต้องนำมาใช้งาน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายมีความรวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัย โดยการติดตั้งและการประกอบล้อรถเข็นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะการเลือกใช้ล้อรถเข็นนอกจากจะต้องมีการเลือกใช้ล้อรถเข็นจากวัสดุที่เหมาะกับลักษณะการทำงานแล้ว ยังต้องเลือกวิธีการติดตั้งและใส่ล้อรถเข็นที่เหมาะสมเพื่อให้ตอบโจทย์ในการใช้งานให้มากที่สุด โดยมีองค์ประกอบและรูปแบบในการติดตั้งดังต่อไปนี้ ประเภทของล้อรถเข็น ซึ่งแบ่งแยกความแตกต่างตามรูปแบบของการเคลื่อนที่มีด้วยกัน 3 ประเภทใหญ่ๆ คือล้อเป็นหรือล้อรถเข็นแบบหมุน สามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา จึงมีความโดดเด่นในการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ มีความคล่องตัวสูง มีความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ และมีความสะดวกในการใช้งาน นิยมใส่รอรถเข็นชนิดนี้ในรถเข็นช้อปปิ้งล้อตายหรือล้อรถเข็นแบบตายตัว ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงคือเดินหน้าและถอยหลัง ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ 360 องศาเหมือนล้อรถเข็นแบบเป็นได้ เพราะโครงสร้างของล้อรถเข็นเป็นแบบยึดคงที่ จึงทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรองรับน้ำหนักจำนวนมาก ๆ ได้มากกว่าล้อรถเข็นแบบเป็น นิยมใช้ในงานที่ต้องเข็นสิ่งของที่มีน้ำหนัก, พื้นขรุขระ หรืองานกลางแจ้ง จึงมักใส่ล้อรถเข็นชนิดนี้ในรถเข็นสำหรับขนของล้อเบรกหรือล้อรถเข็นติดเบรก เป็นล้อรถเข็นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางได้ โดยที่ล้อรถเข็นจะมีโครงขา และชิ้นส่วนที่ทำให้ล้อรถเข็นหยุดเคลื่อนที่ ทำให้สามารถควบคุมล้อรถเข็นได้อย่างแม่นยำ ซึ่งล้อรถเข็นติดเบรกจะช่วยให้มีความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย นิยมใช้ในการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ๆ เช่น เครื่องจักร หรือใช้ในงานทางการแพทย์ เช่น เตียงโรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งล้อรถเข็นแบบติดเบรกมีด้วยกัน 6 ประเภทล้อรถเข็นแบบเบรกนิรภัย การทำงานของเบรกจะถูกควบคุมโดยน้ำหนักหากน้ำหนักเบาเบรกชนิดนี้จะทำงานเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนที่แต่หากมีน้ำหนักกดลงจะสามารถเคลื่อนที่ได้ นิยมใส่ล้อชนิดนี้กับรถเข็นที่ต้องกระจายน้ำหนักในการเคลื่อนที่ เช่น รถเข็นผู้ป่วยหรือใช้สำหรับเก้าอี้สำนักงานก็ได้เช่นกันล้อรถเข็นแบบเบรกรีเวิร์ส การทำงานของเบรกชนิดนี้ตรงข้ามกับล้อรถเข็นแบบเบรกนิรภัย นิยมใส่ล้อชนิดนี้กับเก้าอี้สำนักงานที่พื้นห้องมีแรงเสียดทานสูง เช่น ปูด้วยพรม หรือรถเข็นที่ใช้ขนสัมภาระในสนามบินล้อรถเข็นแบบเบรกด้านข้าง สามารถควบคุมการหยุดของล้อได้ด้วยการใช้เท้าเหยียบที่แป้นบังคับหรือใช้มือบิดที่เบรกที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งจะทำให้แป้นเบรกและล้อชิดเข้าหากันจึงทำให้ล้อไม่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ นิยมใช้กับรถเข็นที่ใช้กับงานเบา ๆ และมีราคาไม่แพงล้อรถเข็นแบบเบรกหน้าสัมผัส การทำงานคล้ายกันกับเบรกด้านข้างแต่จะมีความต่างที่แป้นเบรกจะมาอยู่ด้านหน้าซึ่งแยกออกมาจากแป้นเชื่อมของล้อรถเข็น ข้อดีของเบรกหน้าสัมผัสจะสามารถควบคุมแรงกดระหว่างตัวเบรกกับล้อรถเข็นได้ตามความต้องการล้อรถเข็นแบบล็อก จุดประสงค์ของล้อเบรกชนิดนี้เพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายเพราะ สามารถล็อกล้อรถเข็นและขาของล้อรถเข็นได้ในการกดล็อกครั้งเดียวและสามารถคลายล็อกได้ตามที่เราต้องการโดยอาจจะใช้มือหรือเท้าในการควบคุมการล็อกของล้อรถเข็น ใช้งานได้ดีกับพื้นที่เรียบ ลื่น แรงเสียดทานต่ำ นิยมใช้กับรถเข็นอเนกประสงค์, รถเข็น 4 ล้อ ฯลฯล้อรถเข็นแบบเบรกล็อก 2 จังหวะ โดยมีระบบเบรกในการหยุดการเคลื่อนที่ 2 จังหวะคือที่ล้อรถเข็นและขาของล้อรถเข็น เบรกของล้อรถเข็นชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการล็อกที่แน่นหนาเหมาะสำหรับการใช้งานรถเข็นแบบนั่งร้านการใช้งานล้อรถเข็นทั้ง 3 แบบ สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยส่วนใหญ่ล้อรถเข็นแบบตายมักจะติดตั้งร่วมกันกับล้อรถเข็นแบบหมุน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายสินค้ามีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนล้อรถเข็นแบบเบรกก็สามารถติดตั้งร่วมกับล้อรถเข็นแบบเป็นหรือแบบตายได้เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเคลื่อนที่โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ๆ ที่ยากต่อการควบคุมทิศทาง ซึ่งการติดตั้งหรือประกอบล้อรถเข็นในงานอุตสาหกรรมมีการวางล้อรถเข็นหลายรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในแต่ละลักษณะงานโดยรูปแบบในวางล้อรถเข็นมีดังนี้ รูปแบบการวางล้อรถเข็นในงานอุตสาหกรรมล้อรถเข็นแบบหมุน 3 ลูก รูปแบบการวางล้อรถเข็นจะเป็นสามเหลี่ยมโดยมีจำนวน 2 ล้อที่วางที่มุมและอีก 1 ล้อวางในตำแหน่งกึ่งกลางของขอบเหมาะสำหรับใช้ในงานที่ไม่หนัก เคลื่อนย้ายสิ่งของหรือสินค้าที่มีน้ำหนักน้อย ๆ เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงและรวดเร็วในการเคลื่อนที่ สามารถใช้งานในพื้นที่ที่มีจำกัดหรือที่มีความคดเคี้ยวได้ดีเพราะล้อรถเข็นชนิดนี้สามารถหมุนได้ 360 องศา จึงสามารถซอกแซกในพื้นที่แคบ ๆ ได้ล้อรถเข็นแบบหมุน 4 ลูก รูปแบบการวางล้อรถเข็นจะวางตรงมุมทั้งสี่ด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีการใช้งานเหมือนล้อรถเข็นแบบหมุน 3 ล้อ แต่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าและมีความมั่นคงในการเคลื่อนที่หรือรับน้ำหนักอยู่กับที่ได้ดีกว่า เลี้ยวในพื้นที่มีลักษณะแคบได้ แต่อาจไม่เหมาะกับการเข็นเป็นเส้นตรงในระยะไกลและทางที่มีความลาดชัน นิยมใช้กับรถเข็นช้อปปิ้ง, รถเข็นที่ใช้ในโรงแรมล้อรถเข็นแบบหมุน 2 ล้อและแบบตายตัว 2 ล้อแบบที่ 1 รูปแบบการวางล้อรถเข็นจะวางตรงมุมทั้งสี่ด้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นรูปแบบการติดตั้งล้อรถเข็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป เนื่องจากสามารถรับน้ำหนักได้ดี การเคลื่อนที่หรือการเลี้ยวมีความคล่องตัว สามารถเข็นเป็นเส้นตรงในระยะทางไกลหรือขึ้น-ลงทางที่ลาดชันได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่แคบ นิยมใช้ในรถเข็นอเนกประสงค์, รถเข็นอุปกรณ์ช่างล้อรถเข็นแบบหมุน 2 ล้อและแบบตาย 2 ล้อแบบที่ 2 รูปแบบการวางล้อรถเข็นจะวางกึ่งกลางของทั้งสี่ด้านหรือที่เรียกว่ารูปทรงขนมเปียกปูนการวางลักษณะแบบนี้จะช่วยให้สามารถรับน้ำหนักได้ดี สามารถเลี้ยวในพื้นที่จำกัด และหมุนรอบตัวเองได้ดีกว่าแบบที่ 1 สามารถเคลื่อนที่ในระยะไกลได้ นิยมใช้ในรถเข็นอเนกประสงค์, รถเข็นผ้าล้อรถเข็นแบบเป็น 2 ล้อและแบบตาย 2 ล้อใช้งานคู่กับพวงมาลัย โดยพวงมาลัยจะใช้ในการควบคุมการเลี้ยวที่ชุดล้อหน้าเพื่อให้สามารถเลี้ยวได้ขณะดึงรถเข็น นิยมใช้สำหรับรถเข็นที่มีการบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ๆ เช่น ในงานเกษตร หรือรถเข็นที่ใช้ในการแคมป์ปิ้งหรือรถเข็นที่ใช้บนชายหาดล้อรถเข็นแบบหมุน 4 ล้อและแบบตาย 2 ล้อ รูปแบบการวางล้อรถเข็นจะมีจำนวน 4 ล้อที่วางไว้ทั้งสี่มุมและมีอีก 2 ล้อที่วางไว้ตรงกลางของด้านยาวทั้งสองด้าน ด้วยจำนวนล้อรถเข็นที่มีจำนวนถึง 6 ล้อจึงสามารถบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักมากและมีความยาวที่มากได้ มีความมั่นคงสูง สามารถเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงได้ง่ายและเลี้ยวได้ดี จึงเบาแรงในการขนย้ายในระยะไกล ไม่เหมาะใช้งานในที่แคบ นิยมใช้กับรถเข็นที่ต้องบรรทุกของหนัก ๆ เป็นต้นสำหรับล้อรถเข็นแบบติดเบรกสามารถใช้ร่วมกับรูปแบบการวางล้อรถเข็นทั้ง 6 รูปแบบได้แต่ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวโดยอาจจะมีการใช้ล้อรถเข็นแบบติดเบรกแทนล้อรถเข็นแบบล้อเป็นหรือล้อตายซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและความต้องการของผู้ใช้งานซึ่งส่วนมากล้อรถเข็นแบบติดเบรกจะเน้นใช้งานเพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนที่เป็นหลัก รูปแบบการติดตั้งและประกอบขาของล้อรถเข็นล้อรถเข็นแบบขาแป้นหรือแบบเพลท ซึ่งจะเป็นแผ่นโลหะทรงสี่เหลี่ยมใช้สำหรับติดตั้งยึดระหว่างล้อรถเข็นและฐานของรถเข็นโดยจะเจาะรูทั้ง 4 มุมและใช้สกรูในการยึดการติดตั้งแบบนี้เหมาะสำหรับใช้งานกับอุปกรณ์เคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ที่ต้องรับน้ำหนักจำนวนมาก ล้อรถเข็นแบบเกลียวหรือแกนเกลียว มีขั้นตอนในการติดตั้งน้อยกว่าแบบเพลท ซึ่งล้อรถเข็นแบบเกลียวมีด้วยกัน 2 แบบคือ แบบสกรูและแบบรู โดยการติดตั้งจะเป็นการขันเกลียวทั้ง 2 แบบ โดยใช้การหมุนเพื่อให้ยึดเข้ากับช่วงล่างของฐานรถเข็นที่มีแกนหรือรูต๊าปเกลียว สามารถเพิ่มความแข็งแรงด้วยการยึดร่วมกับเหล็กฉาก นิยมใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักจำนวนมากแต่หากต้องการเพิ่มความแข็งแรงสามารถเลือกขนาดของขาเกลียวให้มีความยาวเพิ่มขึ้นได้ ล้อรถเข็นแบบปลั๊กอิน เป็นการติดตั้งโดยใช้การสวมหรือแบบเสียบเข้าไป ลักษณะคล้ายกับลูกล้อแบบขาเกลียว แต่ชิ้นส่วนที่ใช้ยึดจะเป็นเดือยหรือแกนแหวนล็อก จึงง่ายและรวดเร็วในการติดตั้ง นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ เช่น เก้าอี้ ชั้นวางของ หรือรถเข็นที่รับน้ำหนักได้ไม่มาก แต่หากต้องการเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักให้มากขึ้นให้เลือกใช้ล้อรถเข็นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มความยาวของแกนจะทำให้มีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น การประกอบล้อรถเข็นในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีองค์ประกอบที่มากมายเป็นส่วนประกอบเนื่องจากการนำไปใช้งานมีความแตกต่างกันออกไปจึงทำให้คุณสมบัติของล้อรถเข็นแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันเพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้ การเลือกใช้งานและติดตั้งล้อรถเข็นได้อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องคำนึงถึงเพราะหมายถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานที่ผู้ใช้งานจะได้รับซึ่งมีผลต่อการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม Jenstore by Jenbunjerd จำหน่ายล้อรถเข็น และล้ออุตสาหกรรม SUPO ซึ่งเป็นล้อรถเข็นคุณภาพสูงนำเข้าจากต่างประเทศ ใช้ระบบ Ball Bearing เป็นพื้นฐานในการผลิตซึ่งช่วยให้ล้อมีประสิทธิภาพสูงในการออกตัวและผ่อนแรงในการเข็น มีเสียงรบกวนที่ต่ำเพียง 25dBA พร้อมชุดซีลกันฝุ่นเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของล้อรถเข็น ผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง และออกแบบตามหลักวิศวกรรมยานยนต์ จึงมั่นใจได้ในความแข็งแรงและทนทานพร้อมการรับประกันสินค้าถึง 1 ปีเต็ม พร้อมทั้งทีมงานหลังการขายที่พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือก ล้อรถเข็นให้ตรงกับการใช้งานในธุรกิจของคุณ มีทั้งล้อยาง ล้อยูรีเทน ล้อไนล่อน สนใจสินค้าติดต่อเราWebsite : https://www.jenstore.com (Live Chat) ฝ่ายขาย : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected]บริการลูกค้า : 02-096-9898 ext 3102-3103 Email : [email protected] LINE Official Account: @jenstore Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
ประเภทของลังพลาสติกพับได้ และเทคนิคในการเลือกใช้งาน

ประเภทของลังพลาสติกพับได้ และเทคนิคในการเลือกใช้งานลังพลาสติกพับได้ ที่มีหลากหลายขนาดและโดดเด่นในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บการจัดเก็บในอุตสาหกรรมเป็นสิ่งสำคัญเพราะหมายถึงการรักษาคุณภาพของสินค้าให้ยังคงมีคุณภาพที่ดี มีสภาพที่สมบูรณ์เหมาะสมในการนำไปผลิตหรือส่งต่อไปยังผู้รับปลายทาง อุปกรณ์จัดเก็บจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งกล่องพลาสติกก็เป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้งานในการจัดเก็บในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เนื่องจากลังพลาสติกสามารถใช้เก็บสินค้าได้หลากหลายประเภท เช่น ผัก, ผลไม้, ชิ้นส่วนอุปกรณ์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรืออะไหล่เครื่องยนต์ เพราะลังพลาสติกมีการออกแบบที่หลากหลายรูปแบบและหลากหลายขนาด นอกจากจะออกแบบเพื่อใช้ในการจัดเก็บแล้วลังพลาสติกยังมีการออกแบบให้สามารถพับได้เพื่อให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและสะดวกในการขนย้าย ซึ่งลังพลาสติกประเภทนี้เรียกว่า ลังพลาสติกพับได้ ลังพลาสติกพับได้ เป็นประเภทของลังพลาสติกที่สามารถถอดพับเพื่อเก็บหรือวางซ้อนกันได้เพื่อประหยัดพื้นที่ ขณะพับจะมีขนาดเล็กจึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บเมื่อไม่มีใช้งาน ลังพลาสติกพับได้เหมาะสำหรับจัดเก็บสินค้าที่มีน้ำหนักไม่เยอะมาก ลักษณะของโครงสร้างมีความทนทานต่อการขีดข่วน และมีสลักล็อกหลายจุดซึ่งมีไว้เพื่อยึดไม่ให้กล่องพับลงมาเมื่อมีการซ้อนกันและช่วยเพิ่มความแข็งแรงเมื่อประกอบเป็นลังพลาสติก ซึ่งลังพลาสติกพับได้ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติที่โดดเด่นที่แตกต่างกันโดยประเภทของลังพลาสติกพับได้มีดังนี้ ประเภทของลังพลาสติกพับได้1. ลังพลาสติกทึบพับได้ แบบมีฝาและไม่มีฝาปิดมีคุณสมบัติที่ช่วยในการปกป้องสินค้าจากแสงแดดเพื่อป้องกันสินค้าหรือวัตถุดิบเสื่อมคุณภาพ ซึ่งทำให้เกิดการสูญเปล่าได้ในธุรกิจ ซึ่งลังพลาสติกทึบพับได้แบบมีฝาจะช่วยป้องกันฝุ่นและแมลงที่อาจเข้าไปทำลายสินค้าหรือวัตถุดิบ ส่วนลังพลาสติกทึบพับได้แบบไม่มีฝาสามารถนำมาซ้อนกันได้เพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ มีความสะดวกในการหยิบใช้ ลังพลาสติกทึบทั้งสองแบบนิยมใช้ในการขนส่ง การหมุนเวียนในการกระจายสินค้า และการขนย้ายสินค้าหรือวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า ระบบลำเลียงสินค้า เป็นต้น 2. ลังพลาสติกใสพับได้ แบบมีฝาปิดและไม่มีฝาปิด ลังพลาสติกใสพับได้จะมีคุณสมบัติที่สามารถมองเห็นสินค้าหรือวัตถุดิบด้านในได้ซึ่งทำให้สามารถแยกหมวดหมู่ของสินค้าได้ ลดความเสี่ยงในการหยิบสินค้าหรือวัตถุดิบผิด ง่ายในการตรวจเช็กจำนวนยอดคงเหลือของสินค้าและวัตถุดิบ ง่ายต่อการค้นหา และสามารถใช้งานแบบอเนกประสงค์ได้ ลังพลาสติกใสพับได้แบบมีฝาปิดจะช่วยเก็บรักษาสินค้าหรือวัตถุดิบภายในไว้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันสิ่งของตกหล่นหรือสูญหายระหว่างขนย้าย ช่วยลดฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าสู่ภายใน และสามารถวางซ้อนกันได้จึงสะดวกและรวดเร็วในการใช้งาน ลังพลาสติกใสพับได้แบบไม่มีฝาปิดสามารถวางซ้อนกันได้หลายชั้นและสะดวกในการหยิบสินค้าหรือวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้งาน 3. ลังพลาสติกใสพับได้แบบมีประตูเปิดข้างด้านยาวมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ เนื่องจากลังพลาสติกใสพับได้แบบมีประตูเปิดด้านข้างยาวจะสามารถหยิบสินค้าหรือวัตถุดิบออกมาใช้งานได้ถึงแม้จะมีการวางซ้อนกันของลังพลาสติกโดยที่ไม่ต้องยกลังพลาสติกออก จึงเหมาะสมในการจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบที่ต้องมีการหยิบใช้งานบ่อย ๆ และประตูเปิดด้านข้างยังมีสลักล็อกเพื่อใช้ในการเปิด-ปิดตึงประตูเอาไว้ ซึ่งจะช่วยไม่ให้สินค้าตกหล่นออกมาด้านนอก รวมไปถึงการป้องกันแมลงและฝุ่นที่อาจเข้าใปด้านในของลังพลาสติกได้อีกด้วย 4. ลังพลาสติกโปร่งพับได้ แบบที่มีฝาปิดและไม่มีฝาปิด ที่เรียกว่าลังพลาสติกแบบโปร่งเนื่องจากลังพลาสติกประเภทนี้จะมีรูระบายอากาศอยู่รอบ ๆ ลังพลาสติกคล้ายตะกร้า มีคุณสมบัติในการถ่ายเทอากาศได้ดี ช่วยป้องกันการอับชื้น กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และการช้ำได้จึงเหมาะสำหรับใช้ในการขนวัตถุดิบทางการเกษตร เช่นผักและผลไม้ และยังช่วยให้จัดเรียงผักและผลไม้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้อีกด้วย โดยเฉพาะผลไม้อย่างลองกอง ลำไย เป็นต้น มีความสะดวกในการยก-ย้ายเพราะจะมีช่องด้านข้างของลังพลาสติกสำหรับสอดมือเพื่อยก-ย้ายลังพลาสติก ซึ่งลังพลาสติกโปร่งพับได้แบบไม่มีฝาปิดจะช่วยให้สะดวกสบายในการหยิบจึงเหมาะสำหรับใช้ในการจัดเก็บ, จัดแสดงสินค้า, จัดส่งสินค้าทางการเกษตร หรือใช้ในระบบ PRE-COOLING ระบบทำความเย็นเร็วเพื่อรักษาความสดของพืชผักได้เป็นอย่างดี ส่วนลังพลาสติกพับได้แบบโปร่งพร้อมฝาปิดจะช่วยป้องกันการตกหล่นของผักและผลไม้ไม่ให้เสียหายเหมาะสำหรับการใช้หมุนเวียนในการกระจายสินค้า 5. ลังพลาสติกพับได้ฝาซิกแซก ด้วยการออกแบบฝาปิดแบบสลับฟันปลาจึงสามารถป้องกันน้ำ ฝุ่น หรือแมลงที่เข้าไปภายในลังพลาสติก และยังช่วยป้องกันสินค้าหรือวัตถุที่อยู่ภายในได้เป็นอย่างดี มีตัวล็อกที่แน่นหนาและแข็งแรงจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขนย้ายสินค้า มีช่องด้านข้างของลังพลาสติกใช้สำหรับให้มือจับเพื่อยก-ย้าย และยังสามารถซ้อนเก็บได้จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ บางรุ่นจะมีร่องหรือปุ่มนูนบนฝาลังพลาสติกเพื่อป้องกันการไหลของลังพลาสติกที่วางซ้อนกัน 6. ลังพลาสติกพับได้แบบป้องกันไฟฟ้าสถิต ใช้ในการจัดเก็บอุปกรณ์ที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้งานกับเครื่องจักร เช่น ระบบลำเลียง, เครื่องประกอบชิ้นส่วนอัตโนมัติ ส่วนใหญ่สีของกล่องมักเป็นสีดำ มีความทนทานต่อการสึกหรอ การกัดกร่อน และป้องกันความชื้นได้ดี เทคนิคในการเลือกลังพลาสติกพับได้ในการใช้งานเลือกรูปแบบลังพลาสติกพับได้ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เช่น มีฝาปิด ไม่มีฝาปิด หรือลังพลาสติกสีใส สีทึบ เพราะลังพลาสติกแต่ละประเภทมีคุณสมบัติโดดเด่นที่แตกต่างกันหากนำไปใช้งานได้ถูกต้องกับลักษณะงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น เลือกลังพลาสติกพับได้ที่มีขนาดที่เหมาะสมและมีโครงสร้างที่แข็งแรง และควรบรรจุสินค้าให้มีน้ำหนักตามที่ลังพลาสติกระบุไว้เพื่อความปลอดภัยในการยก-ย้าย ควรตรวจสอบสลักล็อกของลังพลาสติกพับได้ว่ามีความแข็งแรงหรือชำรุดก่อนตัดสินใจซื้อหรือก่อนนำมาใช้งาน ควรเลือกใช้ลังพลาสติกพับได้ที่ได้มาตรฐาน ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มีแข็งแรงทนทาน และมีคุณสมบัติทนต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆ ได้ เช่น ความร้อน/เย็น น้ำมัน สารเคมี หรือความชื้น เพื่อให้สามารถใช้ในการจัดเก็บ การขนส่ง หรือการขนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการเก็บรักษาลังพลาสติกพับได้เมื่อใช้งานเสร็จแล้วให้ล้างทำความสะอาดและเช็ดส่วนต่าง ๆ ให้แห้งสนิทก่อนพับเก็บเข้าที่ทุกครั้ง และควรวางซ้อนกันให้ลงล็อกพอดี ไม่ควรวางซ้อนกันสูงจนมากเกินขีดความสามารถในการรับน้ำหนักเพราะอาจทำให้ลังพลาสติกหล่นแตกชำรุดเสียหายหรือตกใส่ร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และห้ามวางใกล้เปลวไฟโดยเด็ดขาดJenstore by Jenbunjerd ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องพลาสติก, ลังพลาสติก, ลังพลาสติกอเนกประสงค์,ลังพลาสติกพับได้, ลังพลาสติกกระจายสินค้า, ถังพลาสติก ฯลฯ ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง ไม่มีกลิ่นฉุน, โครงสร้างแข็งแรงสามารถวางซ้อนกันได้โดยไม่เกิดความเสียหายและยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ มีอายุการใช้งานยาวนาน ทั้งยังสามารถทำความสะอาดได้ง่าย รับประกันสินค้าคุณภาพของสินค้า พร้อมยินดีให้คำแนะนำและบริการหลังการขายจากทีมงานมืออาชีพ สนใจสินค้าติดต่อเราWebsite : https://www.jenstore.com (Live Chat) ฝ่ายขาย : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected]บริการลูกค้า : 02-096-9898 ext 3102-3103 Email : [email protected] LINE Official Account: @jenstore Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
ใช้งานเครื่องกวาดพื้นดีอย่างไร รู้แบบนี้มีไว้นานแล้ว!

ใช้งานเครื่องกวาดพื้นดีอย่างไร รู้แบบนี้มีไว้นานแล้ว!เครื่องกวาดพื้นยกระดับมาตรฐานความสะอาด ที่ดีทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเครื่องกวาดพื้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้นตั้งแต่ฝุ่นขนาดเล็กจนถึงขยะชิ้นใหญ่ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำความสะอาดและเป็นเครื่องทุ่นแรงของแม่บ้านโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ที่มักจะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เกิดจากการทำงานอยู่ตลอดเวลา เครื่องกวาดพื้นถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจดโดยสามารถทำความสะอาดได้ทุกขนาดพื้นที่ ไม่ว่าจะเล็ก กลาง ใหญ่ และยังสามารถใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor ซึ่งเครื่องกวาดพื้นสามารถกวาดเศษขยะและดูดฝุ่นได้ภายในเครื่องเดียว อีกยังสามารถขจัดคราบที่ฝังแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่เครื่องกวาดพื้นนิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม, ลานจอดรถ, ศูนย์แสดงสินค้า, ศูนย์ประชุม, ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล, โรงเรียน, คลังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้า เป็นต้น อันตรายของฝุ่น ภัยร้ายที่กำจัดได้โดยเครื่องกวาดพื้นฝุ่นละอองที่มีขนาด 1-10 ไมครอน ซึ่งหากสูดดมเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานานจะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้น ๆ เช่น เนื้อเยื่อปอด หรือก่อให้เกิดเป็นพังผืดหรือแผลได้ ซึ่งจะส่งผลให้ปอดเสื่อมประสิทธิภาพและก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น หลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง และโรคทางเดินหายใจ ซึ่งฝุ่นขนาดดังกล่าวมักเกิดจากกระบวนการเผาไหม้หรือกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม หากไม่กำจัดออกไปจะเป็นมลพิษต่อพนักงานเป็นอย่างมาก เครื่องกวาดพื้นจึงเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีเพื่อใช้กวาดและดูดฝุ่นออกไปเพื่อให้อากาศมีความบริสุทธิ์มากที่สุด นอกจากนั้นฝุ่นละอองในอากาศยังมีผลเสียต่อสิ่งก่อสร้างและวัตถุต่าง ๆ หากมีการสะสมเป็นเวลานานจะทำให้สิ่งก่อสร้างเกิดการกัดกร่อนได้ทำให้สิ่งก่อสร้างและวัตถุเสื่อมสภาพและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ และที่สำคัญการปราศจากฝุ่นช่วยให้สิ่งแวดล้อมสะอาดและถูกสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น หลักการทำงานของเครื่องกวาดพื้นเครื่องกวาดพื้นจะทำความสะอาดเบ็ดเสร็จทั้งหมดในเครื่องเดียวตั้งแต่การกวาดเศษขยะไปไว้ในถังเก็บขยะภายในตัวเครื่อง มอเตอร์จะทำหน้าที่ในการกระจายฝุ่นด้วยแปรงและดูดฝุ่นเข้าไปภายในเครื่องกวาดพื้นและส่งไปที่ฟิลเตอร์กรองฝุ่นเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นและส่งต่อไปยังถังเก็บฝุ่น โดยการเคลื่อนที่ของแปรงจะเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับการเดินทางเพื่อให้สิ่งสกปรกถูกโยนไปด้านหน้าของเครื่องกวาดพื้นและจะถูกดูดเข้าไปภายในของเครื่องด้านในสุด และบางรุ่นของเครื่องดูดฝุ่นหากกวาดฝุ่นผงขนาดเล็กสามารถยกแปรงใหญ่ภายนอกทั้ง 2 ข้างขึ้นได้ เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างเข็นทำให้เคลื่อนไหวและทำความสะอาดได้ดี นอกจากนั้นอาจจะมีแปรงเพิ่มขึ้นมาอีก 1 แปรงใต้เครื่องเพื่อช่วยกวาดฝุ่นผงขนาดเล็กให้หมดจดและช่วยลดการฟุ้งของฝุ่นระหว่างกวาดได้อีกด้วย ประเภทของเครื่องกวาดพื้นเครื่องกวาดพื้นเข็นตาม ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ จึงใช้งานง่าย ดูแลง่าย และยังช่วยประหยัดพลังงานเครื่องกวาดพื้นเดินตาม มี 2 ชนิดโดยแบ่งตามรูปแบบของพลังงานที่ใช้ในการทำความสะอาด คือ พลังงานเครื่องยนต์และพลังงานแบตเตอรี่ ซึ่งเครื่องกวาดพื้นประเภทนี้ใช้มือและการเดินในการควบคุมทิศทางโดยจะมีระบบที่มือจับในการปรับระดับความเร็วในการทำความสะอาดได้เครื่องกวาดพื้นแบบนั่งขับ มี 2 ระบบเหมือนเครื่องกวาดพื้นเดินตามแต่จะมีขนาดใหญ่กว่าและมีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายในการทำความสะอาดโดยจะมีที่นั่งสำหรับผู้ที่ควบคุมเครื่องกวาดพื้นโดยบริเวณที่นั่งจะมีระบบการสั่งการทำความสะอาดทั้งหมด ซึ่งเครื่องกวาดพื้นประเภทนี้มักใช้ในสถานที่ที่มีพื้นที่ใหญ่ ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, โรงเรียน, โรงพยาบาลเพื่อความรวดเร็วและประหยัดเวลาในการทำความสะอาด ประโยชน์ของเครื่องกวาดพื้น1. ทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เครื่องกวาดพื้นสามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึงเพราะมีพลังงานในการทำความสะอาดที่สูงในการดูดสิ่งสกปรกไม่ว่าจะมีอนุภาคขนาดเล็กหรืออนุภาคขนาดใหญ่ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าการใช้มือจึงช่วยให้สถานที่มีความสะอาดถูกสุขอนามัยในการดำเนินธุรกิจ และยังสามารถทำความสะอาดได้หลากหลายพื้นผิวอีกด้วย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เครื่องกวาดพื้นช่วยลดต้นทุนทางด้านแรงงาน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ในการทำงานความสะอาดเนื่องจากเครื่องกวาดพื้นสามารถทำความสะอาดในบริเวณพื้นที่กว้างได้ในเครื่องเดียว ช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาด เนื่องจากเครื่องกวาดพื้นสามารถทำความสะอาดในพื้นที่ใหญ่ ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, ลานจอดรถ ได้อย่างหมดจดและทั่วถึงโดยใช้แรงงานเพียงคนเดียวในการควบคุมการทำงานความสะอาดโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยพื้นก็สะอาดได้อย่างหมดจด 2. มีความรวดเร็ว เครื่องกวาดพื้นมีความรวดเร็วเป็นอย่างมากในการทำความสะอาด ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีในการทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ เนื่องจากมีเส้นทางทำความสะอาดที่กว้างจึงทำให้ประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก ใช้งานง่าย เพราะมีปุ่มที่ใช้ในการควบคุมแบบอัตโนมัติซึ่งแม่บ้านอาจจะต้องเข้าฝึกอบรมวิธีการใช้งานเครื่องกวาดพื้นแต่ก็ใช้เวลาไม่นาน มีความปลอดภัย เนื่องจากเครื่องกวาดพื้นใช้น้ำและสารเคมีในปริมาณที่น้อยกว่าการทำความสะอาดด้วยมือ จึงทำให้มีความปลอดภัยต่อการใช้งานทั้งคนที่ใช้งานเครื่องกวาดพื้นและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังไม่ทำลายพื้นผิวของพื้นจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้นได้เป็นอย่างดี 3. ช่วยป้องกันสุขภาพ เครื่องกวาดพื้นสามารถกวาดฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กได้ ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้สูดอากาศบริสุทธิ์และทำให้ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ ช่วยป้องกันการสึกหรอของสิ่งก่อสร้างและวัตถุ เพราะฝุ่นสามารถกัดกร่อนและทำลายพื้นผิวของสิ่งก่อสร้างได้ ซึ่งเครื่องกวาดพื้นสามารถกำจัดฝุ่นออกไปจากพื้นได้อย่างหมดจด เครื่องกวาดพื้นมีความทนทานต่อการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี วิธีเลือกเครื่องกวาดพื้นให้เหมาะกับงาน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดการเลือกเครื่องกวาดพื้นที่เหมาะสม จะช่วยให้ทำความสะอาดได้รวดเร็ว ประหยัดแรง และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพื้นที่ในระยะยาว โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยสำคัญดังนี้1. ประเภทของพื้นที่ใช้งานพื้นเรียบ ไร้อุปสรรค เช่น โกดัง, โรงเรียน → ใช้แบบ เดินตาม หรือ เข็นตาม ก็เพียงพอพื้นที่กว้างมาก เช่น โรงงาน, คลังสินค้า, ลานจอดรถ → เลือกแบบ นั่งขับ เพื่อความรวดเร็วพื้นที่มีเศษแข็งหรือขยะขนาดใหญ่ → ควรเลือกเครื่องที่มีแปรงแข็งและกำลังดูดสูง 2. ความกว้างของเส้นทางทำความสะอาด (Cleaning Path)ยิ่งหน้ากว้างมาก ยิ่งทำงานได้เร็ว เหมาะกับพื้นที่ใหญ่ แต่หากพื้นที่มีซอกแคบ หรือทางเดินแคบ ควรเลือกหน้ากว้างปานกลางเพื่อความคล่องตัว 3. ระบบกรองฝุ่น (Filter System)เลือกรุ่นที่มีแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง เช่น HEPA เพื่อช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นขนาดเล็ก ปลอดภัยต่อสุขภาพของพนักงาน 4. แหล่งพลังงานแบตเตอรี่ → เงียบ ไม่มีควัน เหมาะกับ Indoorเครื่องยนต์ → พลังสูง เหมาะกับ Outdoor หรือพื้นที่ที่ต้องการทำงานต่อเนื่องยาวนาน 5. งบประมาณและค่าบำรุงรักษาควรเลือกเครื่องที่อะไหล่หาได้ง่าย ดูแลรักษาไม่ซับซ้อน และมีศูนย์ซ่อมรองรับ เพื่อใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ข้อควรปฏิบัติในการใช้เครื่องกวาดพื้นควรศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียดและการซ่อมบำรุงต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นไม่ควรใช้เครื่องกวาดพื้นกับพื้นที่เปียกควรนำถังเก็บขยะ ถังเก็บฝุ่นไปทิ้งทันทีเมื่อเต็มและควรทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองฟิลเตอร์ทุก 3 เดือนเพื่อให้สามารถดูดฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพห้ามใช้น้ำล้างทำความสะอาดเครื่องกวาดพื้นโดยเด็ดขาด ควรใช้ลมเป่าฝุ่นหรือสิ่งสกปรกแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดเท่านั้นสำหรับเครื่องกวาดพื้นแบบแบตเตอรี่ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ก่อนใช้งานหากมีสัญญาณเตือนแบตเตอรี่ใกล้หมดควรรีบชาร์จทันทีถึงแม้จะใช้งานอยู่สำหรับเครื่องกวาดพื้นที่ใช้แบตเตอรี่หลังการใช้งานควรชาร์จแบตเตอรี่หลังการใช้งานทุกครั้งจะได้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องสำหรับเครื่องกวาดพื้นที่ใช้เครื่องยนต์ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเดือนละหนึ่งครั้งเมื่อต้องการซ่อมบำรุงควรปิดระบบทั้งหมดและต้องสวมอุปกรณ์เซฟตี้ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงห้ามใช้กวาดเศษขยะที่เป็นเส้นยาว ๆ เช่น เส้นด้าย, ลวด, เชือก, ไนลอน เพราะอาจจะทำให้พันกับแปรงซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้Jenstore by Jenbunjerd เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างครบวงจรไม่ว่าจะเป็นเครื่องกวาดพื้น, เครื่องกวาดฝุ่น ที่ใช้งานได้ง่าย ทำความสะอาดพื้นได้อย่างหมดจดแม้แต่ขอบห้อง ด้วยมีระบบแปรงหมุนคู่ และรวดเร็วในการทำความสะอาดมากกว่าคนถึง 10 เท่า ซึ่งผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มีมาตรฐาน มีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน สามารถปรับความสูงได้ สามารถกำจัดได้ทั้งขยะเปียกและขยะแห้ง มีความสะดวกและช่วยประหยัดแรงเป็นอย่างมาก สนใจสินค้าติดต่อเราWebsite : https://www.jenstore.com (Live Chat) ฝ่ายขาย : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected]บริการลูกค้า : 02-096-9898 ext 3102-3103 Email : [email protected] LINE Official Account: @jenstore Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
มารู้จักภาชนะพลาสติก Food Grade ความปลอดภัยที่ต้องคำนึกถึงในธุรกิจอาหาร

มารู้จักภาชนะพลาสติก Food Grade ความปลอดภัยที่ต้องคำนึกถึงในธุรกิจอาหารกล่องพลาสติก ภาชนะที่ธุรกิจอาหารต้องมีพลาสติก Food Grade เป็นประเภทของพลาสติกที่ปลอดภัยสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในอาหาร นิยมนำมาใช้ในการทำภาชนะเพื่อบรรจุอาหาร เช่น กล่องพลาสติก, จานพลาสติก, ถ้วยพลาสติก, ขวดน้ำดื่ม นอกจากภาชนะพลาสติกที่เห็นทั่วไปแล้ว ในธุรกิจอาหารหรือโรงงานอุตสาหกรรมอาหารก็ต้องมีภาชนะพลาสติกฟู้ดเกรด เพื่อรองรับส่วนผสมหรือวัตถุดิบของอาหารที่จะใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เป็นภาชนะขนาดใหญ่ เช่น ถังพลาสติก, ลังพลาสติก หรือกล่องพลาสติก ซึ่งการใช้งานของภาชนะพลาสติก Food Grade มีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกันตามประเภทของพลาสติกซึ่งประเภทของพลาสติกที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้บรรจุอาหารและเครื่องดื่มมีด้วยกัน 12 ชนิดแต่ที่นิยมนำมาใช้ในการทำภาชนะพลาสติก Food Grade มี 5 ชนิดด้วยกัน คือPP (Polypropylene-PP) พลาสติกพอลิโพรไพลีน คุณสมบัติเด่นคือมีจุดหลอมเหลวสูงจึงทนต่อความร้อน มีความใส ป้องกันความชื้นได้ดี และมีความหนาแน่นต่ำ มักใช้เป็นพลาสติกฟู้ดเกรดบรรจุอาหารที่มีความร้อน เช่น ถุงร้อน ซองบรรจุอาหารแห้ง กล่องพลาสติก ลังพลาสติก ถาดพลาสติก และตะกร้าพลาสติกPET (Polyethylene Terephthalate) พลาสติกพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต มีความเหนียวยืดหยุ่นได้ดี ป้องกันการรั่วซึมของก๊าซได้ และทนทานต่อแรงกดทับ นิยมนำมาทำเป็นพลาสติกฟู้ดเกรดสำหรับ ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำมัน บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารแช่แข็ง และบรรจุภัณฑ์แบบสุญญากาศHDPE (High Density Polyethylene) พลาสติกพอลิเอทิลีน คุณสมบัติเด่นทนทานต่อความเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้ดี มีความหนาแน่นสูง มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อการแตก หัก ทนทานต่อสารเคมี ป้องกันการซึมผ่านของความชื้นได้สูงมาก สามารถทำให้มีสีสันสวยงามได้ นิยมใช้ทำพลาสติกฟู้ดเกรดสำหรับภาชนะของอาหารแช่แข็ง เช่น กล่องพลาสติก ลังพลาสติกสำหรับแช่อาหารในห้องแช่แข็งLDPE (Low Density Polyethylene) พลาสติกพอลิเอทิลีน คุณสมบัติเด่นสามารถป้องกันความชื้นได้ดีมาก อากาศและไขมันซึมผ่านได้ มีความยืดหยุ่นดี ทนต่อการฉีกขาด มีความเหนียว ทนต่อกรดและด่าง ไม่ทนต่อความร้อน นิยมนำมาผลิตเป็นพลาสติกฟู้ดเกรดสำหรับ ถุงเย็น ขวดน้ำ ฝาขวดน้ำLLDPE (Linear Low Density Polyethylene) พลาสติกพอลิเอทิลีน มีความหนาแน่นต่ำ มีความใสมันวาว และมีความนิ่ม เป็นพลาสติกฟู้ดเกรดที่ทนต่อความร้อน ความเย็นและความดันสูงได้ เนื่องจากทนความร้อนได้สูงจึงสามารถผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบสเตอริไลเซชั่น เพื่อให้อาหารที่อยู่ใน Retort Pouch ปราศจากจุลินทรีย์ และยังนำมาทำเป็นถังพลาสติกที่ใส่ของที่ต้องรักษาความเย็นได้ หรือถังโฟมที่ใช้เก็บรักษาอาหารสดแทนตู้เย็นภาชนะพลาสติก Food Grade ถึงแม้จะมีลักษณะของวัสดุที่คล้ายกันแต่การใช้งานก็แตกต่างกันออกไปตามสารตั้งต้นในการผลิต ซึ่งหากนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้อาหารปนเปื้อนซึ่งอันตรายต่อสุขภาพของผู้ที่รับประทานเข้าไป ตัวอย่าง เช่น กล่องพลาสติกฟู้ดเกรด กับไมโครเวฟ ควรเลือกใช้กล่องพลาสติกที่ทำจากพลาสติกประเภท PP เพราะมีความสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ โดยสามารถดูสัญลักษณ์ไมโครเวฟ เซฟ (Microwave Safe) หรือไมโครเวฟเอเบิล (Microwavable) ในภาชนะพลาสติกที่ต้องการจะใช้งาน หรือลังพลาสติกหรือถังพลาสติกที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องอยู่ในห้องแช่เย็นเพื่อรักษาคุณภาพของวัตถุดิบก่อนผลิตควรเลือกใช้ลังพลาสติกหรือถังพลาสติกที่ผลิตจาก PP และ HDPE เพราะทนต่ออุณหภูมิต่ำได้ ภาชนะพลาสติก Food Grade ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นมาทำความรู้จักกับภาชนะพลาสติก Food Grade ที่ช่วยให้โลกของธุรกิจอาหารสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นภาชนะพลาสติก Food Grade ที่ใช้ง่ายและปลอดภัยต่อสุขภาพกล่องพลาสติก เป็นภาชนะที่นิยมใช้กันในการบรรจุอาหารไม่ว่าจะในภาคครัวเรือน ร้านอาหาร หรือธุรกิจด้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีความสะดวกและมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานตั้งแต่ กล่องอาหารพลาสติกที่นำใช้สำหรับบรรจุอาหารสำหรับกลับบ้าน ที่มีช่องแบ่งเพื่อแยกอาหารแต่ละประเภทมีตั้งแต่ 2 ช่อง ถึง 5 ช่อง หรือกล่องพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อเก็บรักษาในตู้เย็น ช่องแช่เย็น หรือในห้องเย็น ซึ่งจะมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ สามารถเลือกใช้งานได้ตามขนาดและปริมาณที่ใช้ในการบรรจุ แต่หากเป็นกล่องพลาสติกที่ใช้ในการเก็บรักษาวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่ที่บรรจุได้หลายกิโลกรัมจึงต้องมีความแข็งแรง และทนทาน มีทั้งแบบมีฝาปิดและมีตัวล็อค หรือไม่มีฝาปิดก็ได้ลังพลาสติก ส่วนใหญ่จะใช้ในธุรกิจผลิตอาหารในโรงงานอุตสาหกรรม ทำมาจากพลาสติกฟู้ดเกรดชนิด PP และ HDPE ใช้ในการเก็บรักษาวัตถุดิบหรือส่วนผสมในการผลิตอาหาร ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ลังพลาสติกแบบโปร่งใช้บรรจุผัก ผลไม้ เพราะมีรูระบายอากาศหรือน้ำอยู่บริเวณโดยรอบของลังพลาสติกและยังสามารถทับซ้อนกันได้โดยที่ไม่ทำลายผักหรือผลไม้ที่อยู่ภายใน ลังพลาสติกแบบทึบมีทั้งแบบฝาปิดและไม่มีฝาปิดสามารถบรรจุวัตถุดิบได้หลายชนิด เช่น เนื้อสัตว์ ผักที่หั่นแล้ว สามารถเก็บในห้องเย็นได้ นอกจากนั้นยังสามารถเป็นลังอเนกประสงค์ที่สามารถใช้บรรจุสิ่งของที่ไม่ใช่อาหารได้อีกด้วยถังพลาสติก เป็นถังพลาสติกหล่อที่ทำมาจากพลาสติก LLDPE ที่มีเนื้อหนา แข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มากส่วนใหญ่จะใช้ใส่ของที่ต้องรักษาความเย็น มีทั้งแบบทรงกลมและสี่เหลี่ยม และสามารถเลือกแบบมีฝาปิดหรือไม่มีฝาปิดได้เหมาะสำหรับใส่ของเพื่อรักษาความเย็น หรือจะเป็นถังพลาสติกโฟม ที่อัดโฟมไว้ด้านในด้วยเครื่องฉีดอัตโนมัติ ทำให้รักษาความเย็นได้นานถึง 2 วัน มีรูระบายเพื่อระบายน้ำ เหมาะกับการเก็บอาหารสดแทนตู้เย็น ถังพลาสติกมีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน มีความจุเป็นลิตรจานพลาสติก ถ้วยพลาสติก จานพลาสติก ถ้วยพลาสติกส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกฟู้ดเกรด PET ใช้ใส่อาหารทั้งของเย็น - ของร้อนมีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน เนื่องจากเป็นพลาสติกฟู้ดเกรด จึงปราศจากสารก่อมะเร็ง โดยส่วนใหญ่จานพลาสติก ถ้วยพลาสติกมักใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่ปัจจุบันนิยมใช้เป็นจานกระดาษเนื่องจากย่อยสลายได้ง่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าวิธีการตรวจสอบและเลือกภาชนะพลาสติก Food Grade ให้ปลอดภัยต่อธุรกิจอาหารการเลือกภาชนะพลาสติก Food Grade ที่เหมาะสมกับการใช้งานในธุรกิจอาหาร ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดเก็บและขนส่งอาหารสะดวก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ดังนั้นก่อนซื้อหรือใช้งาน ควรตรวจสอบปัจจัยสำคัญดังนี้ตรวจสอบสัญลักษณ์ Food Grade เช่น 1 (PETE), 2 (HDPE), 4 (LDPE), 5 (PP) หรือสัญลักษณ์แก้วและส้อม ซึ่งบ่งบอกว่าภาชนะปลอดภัยต่ออาหารเลือกตามประเภทพลาสติกให้เหมาะกับอุณหภูมิและประเภทอาหาร เช่น PP สำหรับอาหารร้อน, HDPE สำหรับแช่เย็นหรือเก็บในห้องเย็นตรวจสอบมาตรฐานการผลิต เช่น มอก. 2884 และ 2744-2559 เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและปลอดภัยขนาดและความแข็งแรงของภาชนะ ต้องเหมาะกับปริมาณอาหารและน้ำหนักของวัตถุดิบตรวจสอบความสะอาดและสภาพภาชนะก่อนใช้งาน ไม่ควรมีรอยแตก รอยบุบ หรือสีผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปนเปื้อนหรือคุณภาพต่ำการเลือกภาชนะพลาสติก Food Grade อย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจอาหารปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้อีกด้วยกล่องพลาสติก, ลังพลาสติก, ถังพลาสติก หรือจานพลาสติก เป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาชนะพลาสติกที่ผลิตจากพลาสติก Food Grade ที่นำมาใช้ในธุรกิจอาหารหรือโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งนอกจากใส่อาหารและเครื่องดื่มแล้ว กล่องพลาสติก, ลังพลาสติก, ถังพลาสติก ยังสามารถนำมาใช้ใส่ยา อาหารเสริม หรือเครื่องสำอางได้อีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีการใช้กับร่างกายมนุษย์ไม่ว่าจะใช้กิน ใช้ทา ควรเลือกใช้ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติก Food Grade เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนที่จะเข้าสู่อาหาร ยา หรือเครื่องสำอางก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่งหากต้องการรู้ว่ากล่องพลาสติก, ลังพลาสติก, ถังพลาสติก จานพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ที่เราเลือกใช้เป็นพลาสติก Food Grade หรือไม่สามารถสังเกตุได้จากตัวเลขที่อยู่ในสัญลักษณ์ เช่น 1 PETE, 2 HDPE, 4 LDPE, 5 PP หรือรูปแก้วกับส้อม ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากล่องพลาสติก, ลังพลาสติก, ถังพลาสติก จานพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกทำจากพลาสติก Food Grade มีความปลอดภัยในการใช้งาน นอกเหนือจากสัญลักษณ์ที่แสดงบนภาชนะว่าผลิตจากพลาสติก Food Grade แล้ว การผลิตที่ได้มาตรฐานเป็นอีกหนึ่งข้อที่ต้องคำนึงถึงโดยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องคือ มอก. 2884 และ 2744-2559 ที่ทุกภาชนะที่ผลิตจากพลาสติก Food Grade ควรต้องมีJenstore by Jenbunjerd เป็นศูนย์รวมจำหน่ายอุปกรณ์จัดเก็บสินค้า และภาชนะพลาสติก Food Grade ที่ได้มาตรฐานการส่งออก เช่น กล่องพลาสติก ลังพลาสติก ถังพลาสติก พาเลทพลาสติก สำหรับใช้ในงานทั่วไปหรือสำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานนอกเหนือไปจากการให้บริการผลิต จัดจำหน่าย จัดหา และส่งออก ผลิตภัณฑ์สินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มของกล่องพลาสติกลังพลาสติก ถังพลาสติก และพาเลทพลาสติก จากแบรนด์สินค้าคุณภาพที่มีความหลากหลายมากที่สุดของประเทศไทยแล้วนั้น ที่ Jenstore by Jenbunjerd ในฐานะผู้นำเกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม ที่มีสินค้าให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลายกว่า 10,000 ที่มีความครอบคลุม ครบถ้วน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่เจนบรรเจิดยังมาพร้อมด้วยบริการให้แนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อ เลือกใช้งาน หรือเลือกผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในหมวดหมู่ต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในแวดวงของสินค้าอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าทุกคนได้รับสินค้าที่มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้งานในแต่ละธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มการเคลื่อนย้ายและล้ออุตสาหกรรม รถเข็น รถเข็น 2 ล้อ รถเข็น 4 ล้อ รถเข็นสแตนเลส รถแฮนด์ลิฟท์ รถเข็นแม่บ้าน รถเข็นทำความสะอาด รถลากพาเลท ล้อรถเข็น ล้อยาง สินค้าในกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บสินค้า กล่องพลาสติก พาเลทพลาสติก ลังพลาสติก อุปกรณ์เครื่องมือช่าง ตู้เก็บเครื่องมือช่าง บันไดอลูมิเนียม ชั้นวางของเหล็ก โต๊ะสแตนเลส โต๊ะช่าง ถังขยะ ถาดรองสารเคมี และพัดลมอุตสาหกรรม ที่พร้อมสำหรับการช่วยยกระดับให้การจัดเก็บ ยก ย้าย ภายในธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถช่วยตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งานสินค้าอุตสาหกรรมในทุกระดับและทุกอุตสาหกรรมของลูกค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีความครบวงจรมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เจนสโตร์ พร้อมที่จะให้บริการในการเลือกหาสินค้าให้กับธุรกิจของคุณ พร้อมยังมีการบริการหลังการขายที่พร้อมให้การดูแล เพราะความพึงพอใจของคุณ คือสิ่งที่ เจนสโตร์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ :Website : https://www.jenstore.com (Live Chat) Tel : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected] LINE Official Account: @jenstore Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
ชาวออฟฟิศต้องรู้! ปรับระดับเก้าอี้สำนักงานอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม

ชาวออฟฟิศต้องรู้! ปรับระดับเก้าอี้สำนักงานอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมการปรับระดับเก้าอี้สำนักงานให้ห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรมการนั่งทำงานนาน ๆ เป็นภัยร้ายที่ก่อให้เกิดโรคร้ายได้อย่างไม่คาดคิด ซึ่งอาชีพที่เสี่ยงมากที่สุดคือพนักงานออฟฟิศที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน หากนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้ จากข้อมูลเชิงสถิติโดยโรงพยาบาลสมิติเวช พบว่า คนไทยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ทำงานในออฟฟิศมักมีอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานในอิริยาบถเดิม ๆ หรือนั่งทำงานในท่านั่งที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน จึงมีผลทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น บริเวณหลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ส่งผลกระทบต่อสายตาและการมองเห็น หลายองค์กรจึงให้ความสำคัญต่อโต๊ะทำงานในสำนักงานและเก้าอี้สำนักงานสำหรับใช้ในออฟฟิศซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พนักงานออฟฟิศต้องใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะเก้าอี้สำนักงานที่ต้องมีความใส่ใจในการเลือกใช้เก้าอี้ที่สามารถช่วยปรับเปลี่ยนท่านั่งได้หรือนั่งทำงานได้อย่างถูกต้องตามหลักการยศาสตร์มากที่สุด ซึ่งเก้าอี้สำนักงานที่ดีควรสามารถปรับระดับในส่วนประกอบต่าง ๆ ของเก้าอี้ได้เพื่อให้สอดคล้องกับสรีระของผู้นั่ง และสามารถปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้ระหว่างการนั่งทำงานเพื่อลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งนาน ๆ ให้มากที่สุดการปรับระดับเก้าอี้สำนักงานให้ห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรม1. การปรับระดับของขาเก้าอี้ควรปรับระดับความสูงของขาเก้าอี้สำนักงานให้มีความสูงที่พอดีกับส่วนสูงของผู้นั่งเพื่อที่ผู้นั่งจะได้ไม่ต้องก้มหรือเงยมากเกินไปซึ่งหากมีความสูงที่มากเกินไปหรือเตี้ยเกินไปจะทำให้สรีระอยู่ในทิศทางที่ผิดรูปและทำให้เกิดอาการปวดได้ สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเก้าอี้ได้ถูกปรับระดับความสูงให้เหมาะสมกับความสูงของร่างกายหรือไม่ โดยสังเกตที่เข่าว่าสามารถงอได้ 90 องศาและเท้าสามารถวางระนาบและทิ้งน้ำหนักได้เท่ากันทั้งสองข้างหรือไม่ 2. การปรับระดับเบาะรองนั่งการปรับเลื่อนเบาะรองนั่งมีความสัมพันธ์กับการปรับระดับความสูงของเก้าอี้สำนักงาน ซึ่งการปรับเลื่อนเบาะรองนั่งควรมีระยะห่างระหว่างข้อพับกับเบาะรองนั่งประมาณ 2-3 นิ้ว โดยที่เข่ายังทำมุม 90 องศา3. การปรับระดับที่วางแขนที่วางแขนควรปรับระดับให้มีระดับที่พอดีกับโต๊ะทำงาน เพราะจะช่วยให้สรีระของแขนถูกวางในตำแหน่งที่ถูกต้องซึ่งจะช่วยลดอาการเกร็งของคอ บ่า ไหล่ ได้เป็นอย่างดี การปรับระดับที่รองศีรษะ การปรับระดับที่รองศีรษะให้พอดีกับคอจะช่วยให้ลำคอและศีรษะอยู่ในท่าตรง ช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ โดยการปรับที่รองศีรษะที่ดีควรให้ระดับสายตาพอดีกับจอของคอมพิวเตอร์เพื่อไม่ให้ก้มหรือเงยคอมากเกินไป4.การปรับระดับพนักพิงซึ่งจะเป็นผลดีต่อกระดูกสันหลังโดยในช่วงเวลาของการทำงานควรปรับให้หลังตั้งตรงหรือให้อยู่ในแนวที่เหมาะสมประมาณ 90-100 องศา เพื่อไม่ให้หลังค่อมและไหล่ห่อ และเมื่อต้องการเปลี่ยนอิริยาบถก็สามารถปรับเอนพนักพิงหลังให้เอนนอนได้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากการนั่งทำงานนาน ๆนอกจากการปรับระดับเก้าอี้สำนักงานให้สอดคล้องกับสรีระร่างกายตามหลักการยศาสตร์แล้ว พฤติกรรมท่านั่งของผู้นั่งเองก็ต้องมีการปรับเพื่อให้นั่งทำงานบนเก้าอี้สำนักงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างมาก เพราะหากผู้นั่งไม่ปรับเปลี่ยนการนั่งให้ถูกต้อง การปรับระดับต่าง ๆ ของเก้าอี้สำนักงานก็ไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของผู้นั่งได้ท่านั่งที่ถูกต้องเมื่อนั่งทำงานบนเก้าอี้สำนักงาน ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ1. การนั่งหลังตรงหลายครั้งที่นั่งทำงานไปนาน ๆ เราอาจจะเผลอนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัวทั้งที่เก้าอี้สำนักงานก็ถูกปรับเพื่อให้เรานั่งตัวตรงแล้ว เชื่อว่าพนักงานออฟฟิศหลายคนต้องเคยเป็นมาก่อนซึ่งอาจจะเกิดจากการที่เคยนั่งลักษณะเช่นนี้มานานจนติดเป็นนิสัย ซึ่งการนั่งหลังค่อมจะทำให้กระดูกสันหลังเกร็งค้างและจะเกิดการเมื่อยล้าตลอดเวลาหากนั่งค่อมในระยะยาวจะทำให้กระดูกคดงอผิดรูปถาวร ดังนั้นเมื่อนั่งทำงานอาจจะต้องฝึกให้ตัวเองนั่งหลังตรงตลอดเวลาซึ่งในช่วงแรก ๆ อาจจะยังไม่คุ้นเคยแต่ในระยะยาวร่างกายจะเคยชินซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อสุขภาพของกระดูกสันหลังจะไม่มีอาการปวดหลังและปวดคอ นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมให้มีบุคลิกภาพที่ดีได้อีกด้วย 2. หลังควรแนบกับพนักพิงบางคนชอบนั่งตรงขอบเก้าอี้และใช้ศีรษะพิงพนักเก้าอี้แทนเป็นท่านั่งที่มีลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอนเป็นการนั่งที่ใช้หลังนั่งแทนก้นซึ่งท่าดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบายแต่มีผลเสียอย่างมากเพราะกล้ามเนื้อคอที่ต้องคอยรับน้ำหนักศีรษะตลอดเวลาและกล้ามเนื้อเอวต้องรับแรงกดเป็นจำนวนมาก จะทำให้เกิดการปวดหลัง การนั่งที่ถูกต้องเมื่อนั่งตัวตรงแล้วหลังควรที่จะแนบกับพนักพิงของเก้าอี้ บริเวณก้นกบไม่ควรมีช่องว่าง ซึ่งเก้าอี้สำนักงานในปัจจุบันได้มีการออกแบบให้มีพนักพิงที่แนบชิดกับหลังเพื่อลดความปวดเมื่อยและนั่งได้สบายมากขึ้นและยังมีที่รองศีรษะที่ช่วยรองรับน้ำหนักทำให้คอไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งส่วนของศีรษะเวลานั่งก็ควรตั้งตรงและก้มหน้าประมาณ 10-15 องศาเพื่อให้สายตาขนานกับพื้นช่วยลดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือหากต้องการฝึกการนั่งหลังตรงสามารถใช้เบาะรองหลังได้ จะช่วยให้นั่งหลังตรงได้อัตโนมัติ ช่วยรับน้ำหนัก ทำให้แผ่นหลังไม่เกร็งตึง สามารถนั่งทำงานได้นานมากยิ่งขึ้น3. ควรนั่งให้เต็มเก้าอี้การนั่งให้เต็มเก้าอี้จะช่วยให้หลังไม่ต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินซึ่งหากหลังรับน้ำหนักจากการนั่งมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้4. ข้อศอกควรตั้งฉาก 90 องศาโดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือข้อศอกควรที่จะขนานกับโต๊ะทำงานหรือหากมีการใช้โน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ควรให้คีย์บอร์ดอยู่ระดับเดียวกับข้อศอกหรือข้อมือเพื่อที่จะช่วยให้บริเวณหัวไหล่ได้ผ่อนคลายไหล่ไม่ตกและหลังไม่งอ หรือเลือกใช้เก้าอี้สำนักงานที่มีที่พักแขนหากที่พักแขนสามารถปรับระดับได้จะยิ่งช่วยให้แขนสามารถวางในระดับที่ถูกต้องและทำให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น5. ไม่ควรนั่งไขว่ห้างการนั่งไขว่ห้างจะทำให้น้ำหนักลงไปที่ขาหรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งซึ่งจะทำให้ขาหรือเท้าข้างดังกล่าวเลือดไหลเวียนไม่ดี ทำให้เกิดการเมื่อย กล้ามเนื้อผิดรูป กระดูกสันหลังคดงอ เส้นประสาททำงานผิดปกติและหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ ซึ่งการนั่งที่ถูกตรงตามหลักการยศาสตร์คือเมื่อนั่งหัวเข่าควรต้องตั้งฉาก 90 องศาและข้อพับควรแนบชิดเบาะรองนั่ง หากจะเพิ่มการนั่งให้สบายมากขึ้นสามารถใช้อุปกรณ์เสริมอย่างที่วางเท้าได้ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับใครที่นั่งเก้าอี้สำนักงานแล้วเท้าลอยไม่แนบชิดกับพื้นการมีที่รองเท้าจะช่วยให้นั่งทำงานสบายมากยิ่งขึ้นและสุดท้ายแม้จะนั่งถูกต้องแล้ว แต่การนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานก็ยังเสี่ยงต่อการเมื่อยล้า ควรลุกขึ้นยืดเหยียด เดินเปลี่ยนท่าทาง หรือพักสายตาทุก ๆ 1 ชั่วโมง จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยและเพิ่มสมาธิในการทำงานได้ดียิ่งขึ้นการปรับระดับของเก้าอี้สำนักงานให้เหมาะกับสรีระของร่างกายของผู้นั่งจะช่วยให้สามารถนั่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมซึ่งส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพและการทำงาน ดังนั้นหากเลือกซื้อเก้าอี้สำนักงานควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับได้เพื่อให้การนั่งทำงานมีความสบายมากที่สุด รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนั่งให้เปลี่ยนท่านั่งให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้นเพื่อสุขภาพร่างกายของตัวท่านเองJenstore by Jenbunjerd จำหน่าย เก้าอี้สำนักงาน, เก้าอี้ผู้บริหาร ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพและมีวัสดุห่อหุ้มให้เลือกหลายชนิด เช่น หนังแท้, หนังเทียม, ผ้า หรือตาข่าย อีกทั้งยังสามารถปรับระดับได้เพื่อรองรับความต้องการในการใช้งาน มีความแข็งแรงและทนทาน ภายใต้แบรนด์คุณภาพระดับพรีเมียม มีการรับประกันคุณภาพของสินค้า พร้อมยินดีให้คำแนะนำและมีบริการหลังการขายจากทีมงานมืออาชีพติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ :Website :https://www.jenstore.com (Live Chat) Tel : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected] LINE Official Account:@jenstore Facebook :เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
ฟังก์ชันไหนที่เก้าอี้สำนักงานควรต้องมี!

เก้าอี้สำนักงานที่ดี มีฟังก์ชันอะไรบ้างที่ควรต้องมี!เก้าอี้สำนักงานที่ดีควรมีฟังก์ชันที่มีผลดีทั้งต่อการทำงานและสุขภาพเก้าอี้ที่ใช้ในการนั่งทำงานมักเป็นเก้าอี้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้นั่งสบายและลดการเมื่อยล้า ซึ่งเรามักเรียกกันว่า เก้าอี้สำนักงาน แต่เก้าอี้สำนักงานก็มีหลายประเภทและมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานของเก้าอี้สำนักงานเหล่านั้นมีจุดประสงค์ในการจัดท่านั่งให้ถูกต้องเพื่อลดความเมื่อยล้า และลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ จากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งเก้าอี้ประเภทนี้เรียกว่า เก้าอี้ Ergonomics หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพ เป็นเก้าอี้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตสรีระร่างกายของผู้นั่งให้มีความสบายในการนั่ง ลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานนาน ๆ และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคที่เกี่ยวกับการนั่งทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม, กระดูกทับเส้นประสาท, การอักเสบของกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ซึ่งเก้าอี้ประเภทนี้จะมีฟังก์ชันที่ช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ไปได้ คุณสมบัติที่โดดเด่นของฟังก์ชันคือสามารถปรับระดับได้เพื่อให้สามารถซัพพอร์ตอวัยวะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนั่งตามสัดส่วนของแต่ละบุคคล นอกจากนั้นยังช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถจัดท่านั่งได้อย่างถูกต้องส่งผลดีทั้งต่อการทำงานและสุขภาพร่างกาย ซึ่งฟังก์ชันของเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพที่ดีควรมี ดังนี้ ฟังก์ชันของเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยปรับท่านั่ง ป้องกันออฟฟิศซินโดรม1. ฟังก์ชันปรับระดับความสูงของขาเก้าอี้เป็นฟังก์ชันของเก้าอี้สำนักงานที่ช่วยให้ผู้นั่งมีความสบายและลดการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี การปรับระดับความสูง-ต่ำของเก้าอี้สำนักงานจะช่วยให้การนั่งทำงานของผู้นั่งสามารถอยู่ระดับเดียวกับโต๊ะทำงาน ทำให้การมองจอคอมพิวเตอร์อยู่ในองศาที่เหมาะสมไม่ก้มหน้าหรือเงยหน้ามากเกินไป โดยองศาที่เหมาะสมในการก้มหน้าคือ 10-15 องศาจะช่วยลดอาการเกร็งของบ่าและไหล่ได้จึงไม่ทำให้ปวดต้นคอ และการปรับระดับความสูง-ต่ำของขาเก้าอี้ยังช่วยให้เท้าวางราบกับพื้นได้ โดยที่การนั่งทำงานที่ถูกต้องเข่าต้องสามารถงอได้ 90 องศา เท้าควรวางระนาบกับพื้นและขาทั้งสองข้างสามารถทิ้งน้ำหนักได้เท่ากัน หากเท้าลอยจะเป็นการกดทับในข้อพับเข่าเป็นสาเหตุของอาการปวดขา ขาชาหรือเป็นตะคริวได้ 2. ฟังก์ชันปรับระดับที่รองคอจุดประสงค์ของฟังก์ชันนี้เพื่อให้สามารถซัพพอร์ตลำคอ ศีรษะ และไหล่เพื่อลดอาการเมื่อยล้าจากการเกร็งและการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นนานๆ โดยจะจัดให้ลำคอ ศีรษะ และไหล่ตั้งตรงเพื่อไม่ให้ก้มคอหรือเงยคอมากเกินไป การมีที่รองคอสามารถปรับระดับได้จะช่วยให้เราสามารถหาระดับที่เหมาะสมกับลำคอและศีรษะของเราได้ ทำให้ช่วยลดอาการปวดของคอ บ่า ไหล่ เป็นอาการปวดยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศที่นิยมเป็นกัน 3. ฟังก์ชันปรับเอนของพนักพิง พนักพิงของเก้าอี้สำนักงานจะช่วยซัพพอร์ตไหล่ แผ่นหลัง เอว และกระดูกสันหลังส่วนล่าง หลักการออกแบบพนักพิงมีจุดประสงค์เพื่อรองรับแผ่นหลังทุกส่วนและพยุงกระดูกสันหลังระดับเอว การนั่งที่ถูกต้องไม่ควรให้มีช่องว่างระหว่างแผ่นหลังกับเก้าอี้ ซึ่งเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพช่วยให้ผู้นั่งหลังชิดแนบสนิทกับพนักพิงเป็นการจัดท่าให้นั่งตัวตรง ลดโอกาสที่ทำให้เกิดหลังแอ่นและค่อมเวลานั่งทำงาน ท่านั่งดังกล่าวจะช่วยลดอาการปวดหลังและความดันที่เกิดขึ้นภายในหมอนรองกระดูกสันหลัง ฟังก์ชันการปรับเอนจะเข้ามาช่วยซัพพอร์ตหลังให้ได้องศาในการทำงานที่เหมาะสมในแต่ละท่วงท่า โดยหากเป็นเวลาทำงานสามารถปรับให้พนักพิงอยู่ในองศาที่เหมาะสมคือ 90-100 องศา ซึ่งองศาดังกล่าวจะทำให้หลังตั้งตรง แต่หากต้องการเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างการทำงานก็สามารถปรับเอนนอนได้เป็นการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อหลังและพักผ่อนไปในตัว 4. ฟังก์ชันปรับระดับของที่พักแขนการปรับระดับของที่พักของเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพมีหน้าที่ในการรองรับแขนและมือเพื่อไม่ให้ไหล่ยกเกร็งจากการทำงานมากเกินไปเป็นสาเหตุของการปวดเมื่อย ฟังก์ชันการปรับระดับความสูง-ต่ำ ความกว้าง และความเอียงของที่พักแขนจะช่วยให้สามารถปรับระดับที่พักแขนให้มีระดับที่เหมาะสมตามสรีระร่างกายของผู้นั่งที่มีความแตกต่างกัน โดยระดับที่เหมาะสมต้องสามารถงอข้อศอกโดยมุมข้อศอกควรอยู่ที่ประมาณ 90-120 องศาและวางแขนให้อยู่ในระนาบเดียวกันในแนวเส้นตรงได้ นอกจากนั้นที่พักแขนที่ดีควรเตี้ยกว่าขอบโต๊ะเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ชนกับขอบโต๊ะและสามารถสอดเก็บไว้ใต้โต๊ะทำงานได้ ความกว้างที่เหมาะสมของที่พักแขนควรมีขนาด 2 นิ้วเพื่อให้รองรับแขนได้พอดี ส่วนความยาวของที่พักแขนขึ้นอยู่กับขนาดของเบาะนั่ง และที่พักแขนมุมขอบไม่ควรแหลมเพื่อป้องกันการกดทับเส้นประสาทที่บริเวณข้อศอก 5. ฟังก์ชันปรับเลื่อนของเบาะรองนั่ง เบาะรองนั่งที่ดีสำหรับเก้าอี้สำนักงานควรกระจายน้ำหนักได้ดี น้ำหนักไม่ควรกดลงที่จุดใดจุดหนึ่ง ช่วยให้ผู้นั่งลงน้ำหนักที่กล้ามเนื้อต้นขาหรือก้นทั้งสองข้างได้เท่า ๆ กัน ความกว้างของเบาะรองนั่งควรกว้างกว่าสะโพกและต้นขาอย่างน้อย 1 นิ้ว และลาดเอียงลงไปด้านหน้าเล็กน้อย และขอบด้านหน้าของเบาะควรมีความโค้งมนซึ่งจะช่วยลดแรงกดที่ข้อพับเข่าได้ การปรับเลื่อนได้ของเบาะรองนั่งจะช่วยให้เบาะรองนั่งมีขนาดที่พอดีกับช่วงขาและก้นกบของแต่ละคน ซึ่งหลักการในการปรับเลื่อนเบาะรองนั่งควรให้เบาะรองนั่งมีระยะห่างระหว่างข้อพับเข่ากับเบาะรองนั่งประมาณ 2-3 นิ้ว โดยที่เข่ายังทำมุม 90 องศา นอกจากนั้นเบาะรองนั่งที่ดีไม่ควรนุ่มมากเกินไปเพราะหากเบาะรองนั่งนุ่มมากเกินไปเวลานั่งจะทำให้เกิดแอ่ง ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอาจทำให้กระดูกเชิงกรานบิดงอได้ แต่ก็ไม่ควรแข็งมากเกินไปจนนั่งไม่สบาย ประโยชน์จากฟังก์ชันของเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยให้ดีทั้งงานและสุขภาพช่วยลดอาการเมื่อยล้าและช่วยจัดท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ส่งผลดีต่อโครงสร้างร่างกาย การเลือกท่านั่งที่เหมาะสม พร้อมกับเลือกใช้เก้าอี้สำนักงานที่ช่วยสนับสนุนในการนั่งจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยได้ช่วยให้สุขภาพดีในระยะยาว อย่างที่ทราบกันการเลือกใช้เก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพจะช่วยให้จัดท่านั่งได้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมีการทำงานที่ดี ตามหลักทางการแพทย์ การนั่งที่ถูกต้องจะส่งผลดีไปยังระบบย่อยอาหารและระบบหายใจด้วยเช่นกันช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีในการทำงาน เก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพออกแบบมาเพื่อให้จัดท่านั่งที่ถูกต้องแบบอัตโนมัติเป็นการนั่งในท่าที่หลังตรง แผ่นหลังชิดกับเบาะหลัง คอตั้งตรง และยืดไหล่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้นั่ง รวมถึงช่วยส่งเสริมให้มีบุคลิกมีความน่าเชื่อถือ ดูภูมิฐานซึ่งมีผลดีต่อการทำธุรกิจเป็นอย่างมากเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพจะช่วยลดอาการเมื่อยล้าหรือลดความเสี่ยงในการเป็นออฟฟิศซินโดรมได้ จึงทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้มีสมาธิกับการทำงานโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการเจ็บปวดจากการนั่งทำงานเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเพราะนั่งทำงานในท่าและองศาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสรีระร่างกายจะทำให้การหยิบจับสิ่งของหรือการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ บนโต๊ะทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้นประเภทของเก้าอี้สำนักงาน1. เก้าอี้สำนักงานทั่วไป (Standard Office Chair)คุณสมบัติ:มีพนักพิงและเบาะรองนั่งมาตรฐานสามารถปรับระดับความสูงได้มีล้อเลื่อนและหมุนได้ 360 องศาข้อดี:ราคาย่อมเยา หาซื้อง่ายเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในออฟฟิศเคลื่อนย้ายสะดวกข้อจำกัด:ไม่รองรับสรีระได้ดีเท่ากับเก้าอี้เพื่อสุขภาพอาจทำให้เมื่อยล้าหากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานเหมาะกับ:ผู้ที่นั่งทำงานไม่เกิน 4-6 ชั่วโมงต่อวันออฟฟิศที่ต้องการเก้าอี้มาตรฐานสำหรับพนักงานทั่วไป2. เก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic Chair)คุณสมบัติ:ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับแผ่นหลังส่วนล่าง (Lumbar Support)สามารถปรับระดับที่วางแขน, พนักพิง, และความสูงของเบาะได้วัสดุระบายอากาศ เช่น ตาข่าย (Mesh)ข้อดี:ช่วยลดอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรมรองรับสรีระได้ดี นั่งสบายตลอดวันเหมาะสำหรับการใช้งานระยะยาวข้อจำกัด:ราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไปต้องปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคนเหมาะกับ:ผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน (มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน)คนที่มีปัญหาปวดหลังหรือต้องการดูแลสุขภาพขณะนั่งทำงาน3. เก้าอี้ผู้บริหาร (Executive Office Chair)คุณสมบัติ:ดีไซน์หรูหรา วัสดุพรีเมียม เช่น หนังแท้หรือหนังสังเคราะห์เบาะหนานุ่มและพนักพิงสูง รองรับศีรษะและคอปรับเอนได้มากกว่ารุ่นทั่วไปข้อดี:นั่งสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือรองรับร่างกายได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือนั่งทำงานนานๆข้อจำกัด:ราคาสูงกว่าประเภทอื่นๆขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายยากเหมาะกับ:ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจผู้ที่ต้องการความสบายและภาพลักษณ์ที่ดูเป็นทางการ4. เก้าอี้เกมมิ่ง (Gaming Chair)คุณสมบัติ:ดีไซน์โอบกระชับคล้ายเบาะรถแข่งพนักพิงสามารถปรับเอนได้มากถึง 135-180 องศามีที่รองคอและรองเอว ลดอาการปวดเมื่อยนานๆที่วางแขนสามารถปรับระดับได้ข้อดี:รองรับสรีระได้ดีเยี่ยม นั่งสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องช่วยลดอาการเมื่อยล้า ป้องกันออฟฟิศซินโดรมปรับเอนได้เยอะ เหมาะสำหรับการพักระหว่างทำงานข้อจำกัด:ดีไซน์อาจไม่เหมาะกับออฟฟิศที่เป็นทางการขนาดค่อนข้างใหญ่ ต้องใช้พื้นที่มากเหมาะกับ:นักเล่นเกมที่ต้องนั่งหน้าจอเป็นเวลานานผู้ที่ทำงานคอมพิวเตอร์ตลอดวันและต้องการความสบายเป็นพิเศษถึงแม้การเลือกใช้เก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพจะมีประโยชน์มากมายแต่การนั่งทำงานนาน ๆ ก็มีผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรมีการพักระหว่างการทำงานด้วยการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น การลุกขึ้นยืน, การยืดตัว และหายใจลึก ๆ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น Jenstore by Jenbunjerd จำหน่ายเก้าอี้สำนักงาน, เก้าอี้ผู้บริหาร, เก้าอี้สำนักงานแบบหนัง, โต๊ะทำงานผลิตจากวัสดุคุณภาพมีความแข็งแรงและทนทาน ภายใต้แบรนด์คุณภาพพรีเมียม รับประกันคุณภาพของสินค้า พร้อมบริการหลังการขายที่จะช่วยดูแลคุณอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างตรงใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ :Website :https://www.jenstore.com (Live Chat)Tel : 02-096-9999 (200 คู่สาย)Email : [email protected] Official Account:@jenstoreFacebook :เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
วิธีการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้า ให้คงประสิทธิภาพใช้งานได้ยาวนาน

วิธีการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้า ให้คงประสิทธิภาพใช้งานได้ยาวนานการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้าอย่างถูกต้องช่วยยืดอายุในการทำงานให้มากขึ้นเครื่องมือไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องทุ่นแรงสำหรับงานช่าง ที่มีทั้งความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานจึงทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในงานช่าง แต่เครื่องมือไฟฟ้าเป็นประเภทของเครื่องมือช่างที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอเพื่อให้เครื่องมือไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและพร้อมในการใช้งานตลอดเวลา อีกทั้งการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้ายังช่วยสร้างความปลอดภัยสำหรับผู้ที่ใช้งานและยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือไฟฟ้าได้อีกด้วย วิธีการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้า1. ควรปล่อยให้เย็นเมื่อเกิดความร้อน เครื่องมือไฟฟ้าบางประเภทเป็นเครื่องมือที่ต้องมีการพักเครื่อง เพื่อไม่ให้มีการสะสมของความร้อนในเครื่องมากเกินไปอาจจะทำให้มอเตอร์ของเครื่องมือไฟฟ้าเสียหายและไม่สามารถใช้งานได้ในที่สุด ดังนั้นหากระหว่างการใช้งานเครื่องมือไฟฟ้าเกิดมีความร้อนควรหยุดทำงานและควรปล่อยให้เครื่องมือเย็นลงจึงค่อยลงมือทำงานต่อ เพื่อชะลอความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้และเป็นการถนอมเครื่องมือให้ใช้งานได้นาน 2. หลีกเลี่ยงความชื้น ความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของเครื่องมือไฟฟ้าเพราะความชื้นสามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ จึงควรดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ห่างจากความชื้น ตัวอย่างความเสียหายจากความชื้น เช่น ก่อให้เกิดการกัดกร่อนจนเป็นสนิมซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เครื่องมือไฟฟ้าเปราะหักได้ง่าย, ทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งทำให้เครื่องมือไฟฟ้าเสื่อมประสิทธิภาพและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้งาน การหลีกเลี่ยงความชื้นที่ดีควรเก็บรักษาเครื่องมือไฟฟ้าในตู้เก็บเครื่องมือช่างหรือกล่องพลาสติกและควรหาอุปกรณ์ดูดความชื้นมาวางบริเวณที่เก็บเครื่องมือไฟฟ้าจะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงความชื้นที่มีอยู่ในอากาศได้เป็นอย่างดี 3. ไม่ควรเก็บไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิสูงเครื่องมือไฟฟ้าส่วนใหญ่จะทำงานด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ ดังนั้นการเก็บรักษาเครื่องมือไฟฟ้าหลังการใช้งานควรเก็บรักษาเครื่องมือในที่ที่ไม่มีอุณหภูมิสูงหรือพื้นที่ที่ไม่มีความร้อนเนื่องจากความร้อนสามารถทำลายแบตเตอรี่ทำให้เสื่อมคุณภาพและทำให้อายุการใช้งานของเครื่องมือไฟฟ้าสั้นลง 4. ทำความสะอาดทุกครั้งหลังการใช้งานการทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้าเป็นการขจัดสิ่งสกปรกของเศษฝุ่น, เศษวัสดุต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งาน ซึ่งหากไม่ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดการจับตัวกันกับความชื้น ซึ่งอาจทำให้เป็นสนิมได้ สนิจะทำให้อุปกรณ์ส่วนที่เป็นเหล็กเสียหาย อาจทำให้เครื่องมือไฟฟ้าชำรุดได้หรืออาจเกิดอันตรายเมื่อใช้งาน ดังนั้นหลังการใช้งานทุกครั้งควรเช็คคราบสกปรกออกด้วยผ้านุ่มที่สะอาด สำหรับส่วนที่เป็นร่องลึกที่ไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้สามารถใช้แปรงทำความสะอาดหรือเครื่องปั๊มลมปัดหรือเป่าให้เศษวัสดุนั้นให้หลุดออกไปได้ เป็นการบำรุงรักษาเครื่องมือไฟฟ้าที่ควรทำทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ 5. ใช้สารหล่อลื่นเพิ่มอายุการใช้งานเครื่องมือไฟฟ้า เครื่องมือไฟฟ้ามักจะได้รับแรงเสียดทานจากการสัมผัสกับชิ้นงานซึ่งแรงเสียดทานทำให้เกิดความร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องมือไฟฟ้าเสื่อมประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาเครื่องมือไฟฟ้าโดยใช้สารหล่อลื่นเคลือบเครื่องมือไฟฟ้าจะช่วยป้องกันการสึกกร่อนที่เกิดจากการเสียดทาน นอกจากนี้สารหล่อลื่นยังช่วยทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้าโดยเมื่อใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดฝุ่นที่เกาะที่เครื่องมือไฟฟ้าจะติดออกมาพร้อมกับสารหล่อลื่น ซึ่งสารหล่อลื่นก็มีหลายชนิด เช่น แว็กซ์, แกรไฟต์ ซึ่งแต่ละชนิดก็เหมาะที่จะนำไปใช้งานที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องมือไฟฟ้า การใช้สารหล่อลื่นดูแลเครื่องมือไฟฟ้าเป็นประจำและใช้งานให้ถูกต้องกับประเภทของเครื่องมือไฟฟ้าจะช่วยให้เครื่องมือไฟฟ้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น 6. ลับคมอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือไฟฟ้าอย่างเลื่อยและสว่านไฟฟ้าจะต้องมีใบเลื่อยและดอกสว่านเพื่อใช้ตัดหรือเจาะซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ต้องมีความคมอยู่เสมอ การลับคมใบเลื่อยและดอกสว่านบ่อย ๆ หรือเปลี่ยนใบเลื่อยและดอกสว่าน ถือเป็นการบำรุงรักษาเครื่องมือไฟฟ้าอีกทางนึง ซึ่งจะช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็ว ไม่ทำให้ชิ้นส่วนที่ถูกตัดหรือเจาะเกิดความเสียหาย เพราะจะทำให้เกิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนั้นอาจทำให้เครื่องมือไฟฟ้าเกิดความเสียหายจากการใช้งานได้อีกด้วย วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าควรถึงเวลาในการลับคมอุปกรณ์ทั้งสองแล้วหรือไม่ โดยหากทั้งสองอุปกรณ์มีเสียงในการเลื่อยหรือเจาะเปลี่ยนแปลงไป, ชิ้นงานมีความเสียหายมากผิดปกติ หรือใช้เวลาในการเลื่อยหรือเจาะนานเกินไปเป็นสัญญาณที่แสดงว่าใบเลื่อยและดอกสว่านถึงเวลาที่ต้องลับคมแล้ว 7. ขันโบลท์และสกรูให้แน่น เครื่องมือไฟฟ้าบางประเภทจะมีโบลท์และสกรูเป็นส่วนประกอบซึ่งหากโบลท์และสกรูไม่แน่นจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่ใช้งานอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานได้และเครื่องมือไฟฟ้าและชิ้นงานอาจได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนใช้งานเครื่องมือไฟฟ้าควรตรวจเช็กความแน่นของโบลท์และสกรูหากหลวมก็ขันให้แน่นแล้วจึงค่อยนำมาใช้งาน 8. การตรวจสอบมอเตอร์และสายไฟ มอเตอร์และสายไฟเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับเครื่องมือไฟฟ้า มอเตอร์ที่ใช้ในเครื่องมือไฟฟ้ามี 2 ประเภทคือแบบที่มีแปรงถ่านและแบบที่ไร้แปรงถ่าน มอเตอร์ที่มีแปรงถ่านจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีเนื่องจากมอเตอร์ชนิดที่มีแปรงถ่านจะต้องสัมผัสกับคอมมิวเตเตอร์ตลอดเวลา ขณะหมุนจึงเกิดแรงเสียดทานทำให้เกิดความร้อนและต้องใช้พลังในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสึกกร่อนในที่สุด ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่ามอเตอร์มีความร้อนจึงควรทำให้เย็น โดยการใช้เครื่องเป่าลมมาเป่าที่ช่องระบายอากาศซึ่งนอกจากจะช่วยระบายอากาศแล้วยังช่วยเป่าฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะที่มอเตอร์ออกไปได้อีกด้วย สำหรับสายไฟควรตรวจเช็กเสมอว่าสายไฟมีรอยขาด รอยฉีก หรือหลวมตรงจุดต่อสายไฟหรือไม่ หากพบว่ามีรอยดังกล่าวควรส่งให้ช่างที่มีความชำนาญซ่อมแซมไม่ควรซ่อมเองเพราะอาจเกิดอันตรายได้ การตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งสองชนิดจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้งานและชิ้นงาน และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือไฟฟ้าให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น 9. ชาร์จแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือไฟฟ้าบางประเภทเป็นแบบไร้สายและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เช่น สว่านไร้สาย, ไขควงกระแทกไร้สาย, เลื่อยวงเดือนไร้สาย การดูแลรักษาแบตเตอรี่เพื่อให้คงประสิทธิภาพในการใช้งาน ควรชาร์จแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอสามารถชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งหลังการจากใช้งานได้ทันที เนื่องจากปัจจุบันเครื่องมือไฟฟ้านิยมใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้หากใช้งานจนหมดแล้วค่อยนำมาชาร์จไฟจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมอย่างรวดเร็ว การชาร์จแบตอยู่เสมอหลังใช้งานจึงเป็นการดูแลเครื่องมือไฟฟ้าใช้งานได้ยาวนาน เครื่องมือไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่มีความโดดเด่นในความรวดเร็วในการทำงาน จึงทำให้สามารถทำงานในปริมาณมาก ๆ ได้ เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้กันตั้งแต่ในครัวเรือนไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องมือไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่ต้องมีการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เพราะเครื่องมือไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่มีส่วนประกอบของระบบอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ที่สามารถเสียหายได้ง่าย หากมีการดูแลรักษาเครื่องมือไฟฟ้าอย่างถูกต้องจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น การจัดเก็บอุปกรณ์ก็มีส่วนช่วยในการดูแลเครื่องมือ กล่องเก็บเครื่องมือช่างก็มีความจำในการจัดเก็บอุปกรณ์ Jenstore by Jenbunjerd ผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องมือไฟฟ้า, ชุดเครื่องมือช่าง, สว่านไฟฟ้า, บล็อกไฟฟ้า, เครื่องเป่าลม, เครื่องเป่าลมร้อน ฯลฯ ที่มีคุณภาพและความทนทานสูงมีมาตรฐานสากล น้ำหนักเบา มีขนาดกะทัดรัดสามารถจับได้อย่างพอดีมือ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง สามารถปรับระดับได้ มีหลายแบบให้เลือกเพื่อตอบโจทย์งานช่างที่มีความหลากหลาย มีการรับประกันสินค้าพร้อมบริการหลังการขายที่จะช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ :Website :https://www.jenstore.com (Live Chat)Tel : 02-096-9999 (200 คู่สาย)Email : [email protected] Official Account:@jenstoreFacebook :เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
โต๊ะสแตนเลส มีกี่ประเภท ทำไมถึงใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม

โต๊ะสแตนเลส มีกี่ประเภท ทำไมถึงใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรมโต๊ะสแตนเลสคืออุปกรณ์ที่แข็งแรงและทนทานต่อการใช้งานโต๊ะสแตนเลสผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม ซึ่งเป็นโลหะที่ผสมระหว่างเหล็กและคาร์บอนจัดอยู่ในประเภทโลหะเหล็กในกลุ่มที่มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง เหล็กประเภทนี้ยากต่อการเกิดสนิม มีค่าบำรุงรักษาต่ำ ง่ายต่อการตัด พับ เชื่อม และขึ้นรูป ที่สำคัญสามารถนำมารีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ โต๊ะสแตนเลสนิยมใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, ห้องคลีนรูม, โรงอาหาร, โรงพยาบาล, ร้านอาหาร และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารและยา ลักษณะของโต๊ะสแตนเลสมีความเงา แวววาว มีความเรียบลื่น ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบาจึงเคลื่อนย้ายได้สะดวก อีกทั้งยังช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิตได้อีกด้วย สามารถนำมาใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งโต๊ะสแตนเลสในปัจจุบันมีหลายประเภทและแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น โต๊ะสแตนเลสแบบพับได้, โต๊ะสแตนเลสแบบมีล้อเลื่อน หรือโต๊ะสแตนเลสที่มีชั้นวางสินค้าหลาย ๆ ชั้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม ซึ่งประเภทของโต๊ะสแตนเลสมีดังนี้ ประเภทของโต๊ะสแตนเลส ที่สามารถนำมาใช้งานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม1. โต๊ะสแตนเลสอเนกประสงค์โครงสร้างผลิตจากสแตนเลส หน้าโต๊ะผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 หนา 1.2 มิลลิเมตร ขอบโต๊ะสูง 40 มิลลิเมตร มีความแข็งแกร่ง ขาโต๊ะทั้งสี่ด้านยึดเข้ากับคานและมีลูกยางกันลื่นสวมที่ขาโต๊ะ จึงสามารถรองรับแรงได้ดี บางรุ่นขาโต๊ะมีสกรู ปรับระดับให้โต๊ะระนาบกับพื้นได้ ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลเมตร นิยมใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, ห้องเย็น, โรงงานอาหารและยา, งานที่มีความเปียกชื้น หรือในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป 2. โต๊ะสแตนเลสแบบมีล้อเลื่อนโครงสร้างผลิตจากสแตนเลส หน้าโต๊ะผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 หนา 1.2 มิลลิเมตร ขอบโต๊ะสูง 40 มิลลิเมตร ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้าย โดยที่ขาของโต๊ะทั้ง 4 ขาจะติดตั้งล้อทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระ มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ หน้าโต๊ะมีผิวเรียบสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมและการกัดกร่อนจากสารเคมีได้ดี ทำความสะอาดง่าย จึงเหมาะสำหรับใช้งานในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, ห้องเย็น, อุตสาหกรรมอาหารและยา หรือในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป 3. โต๊ะสแตนเลสแบบพับเก็บได้โครงสร้างผลิตจากสแตนเลส หน้าโต๊ะผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 มีพื้นผิวเรียบ มันวาว โดยที่ขาโต๊ะสามารถพับเก็บได้และในบางรุ่นสามารถถอดขาโต๊ะเก็บได้จึงง่ายต่อการจัดเก็บ นอกจากนั้นยังง่ายต่อการขนย้ายและประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บได้อีกด้วย สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร หรือกลางแจ้ง ทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม มีให้เลือกใช้งานทั้งโต๊ะรูปทรงสี่เหลี่ยม รูปทรงกลม รองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม นิยมใช้งานในโรงอาหารหรือร้านอาหารทั่วไป หรือห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 4. โต๊ะสเเตนเลสพร้อมชั้นวางด้านล่าง โครงสร้างผลิตจากสแตนเลส หน้าโต๊ะผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 หนา 1.2 มิลลิเมตร ขอบโต๊ะสูง 40 มิลลิเมตร มีชั้นวางของ 2 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บหากหน้าโต๊ะใช้ทำงานชั้นด้านล่างสามารถใช้เก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ได้ โดยที่ขาโต๊ะมีสกรู ปรับระดับโต๊ะให้ระนาบกับพื้นได้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ 190 กิโลกรัมต่อชั้น ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดได้ง่าย นิยมใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, ห้องคลีนรูม, ห้องครัว หรือใช้เป็นโต๊ะสำหรับประกอบชิ้นงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ 5. โต๊ะสแตนเลสแบบมีลิ้นชักออกแบบมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และป้องกันอุปกรณ์หรือเครื่องมือจากการปนเปื้อนหรือสูญหาย โครงสร้างผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม มีการเชื่อมคานยึดใต้โต๊ะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี นิยมใช้งานในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, ห้องคลีนรูม, ร้านอาหาร หรือโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ 6. โต๊ะสแตนเลสแบบมีแท่นเหยียบ ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน โดยโต๊ะประเภทนี้จะมีทั้งล้อและขาโต๊ะในตัวเดียวกัน โดยล้อทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและขาโต๊ะใช้สำหรับตั้งบนพื้นเพื่อความมั่นคง ซึ่งแท่นเหยียบจะเป็นตัวควบคุมการยกขึ้น-ลงของขาโต๊ะ โดยชั้นล่างของโต๊ะยังมีชั้นเพื่อใช้วางสิ่งของ โต๊ะสแตนเลสแบบมีแท่นเหยียบ จะมีความแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไม่เป็นสนิม สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม, โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 7. โต๊ะสแตนเลสวางเครื่องมือแพทย์ จะติดล้อเพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนที่ ผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 สแตนเลสผิวแฮร์ไลน์ หน้าโต๊ะแผ่นถาดเรียบคว่ำครอบเสาพับขอบสูง 50 มิลลิเมตรโครงสร้างทำด้วยท่อสเตนเลส ขนาด 1 1/4 นิ้ว แผ่นถาดหนา 1.5 มิลลิเมตร มีชั้นตั้งแต่ 2-3 ชั้นขึ้นไปรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัมต่อชั้น นิยมใช้ในคลินิกรักษาโรคและโรงพยาบาล ข้อดีของโต๊ะสแตนเลสในการใช้งาน1. ทนทานต่อการกัดกร่อนโต๊ะสแตนเลสสามารถทนทานต่อการกัดกร่อนทั้งในบรรยากาศทั่วไป กรด ด่าง สารละลาย สารเคมี แต่จะมากหรือจะน้อยขึ้นอยู่กับส่วนผสมของโลหะที่มีอยู่ในสแตนเลสที่ใช้ในการผลิตโต๊ะตัวนั้น ๆ 2. ไม่เกิดสนิมโต๊ะสแตนเลสเป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กกับคาร์บอน ซึ่งในคาร์บอนจะมีส่วนประกอบของคาร์บอนที่ต่ำและมีโครเมียมเป็นส่วนประกอบหลัก จึงทำให้เกิดการสร้างฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ที่มองไม่เห็นเกาะติดแน่นอยู่ที่ผิวหน้าทำให้มีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อน โดยฟิล์มที่ผิวหน้านั้น หากถูกทำลายไม่ว่าจากแรงกด สารเคมี หรือออกซิเจนที่มีอยู่ในบรรยากาศ โครเมียมออกไซด์จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยตัวมันเอง ด้วยการเกิดปฏิกิริยาดังกล่าวจึงทำให้โต๊ะสแตนเลสไม่เกิดสนิมซึ่งการเกิดสนิมมีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างโลหะทุกชนิด 3. มีความแข็งแรงเนื่องจากโต๊ะสแตนเลสไม่มีโอกาสเกิดสนิมจึงทำให้มีโครงสร้างมีความแข็งแรง ไม่ผุกร่อนได้ง่าย จึงทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน และวัสดุสแตนเลสยังสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้ด้วยการขึ้นรูปเย็นซึ่งมักทำในขั้นตอนการออกแบบ 4. ความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะวัสดุอย่างสแตนเลสมีความเป็นกลางสูงจึงไม่เกิดการดูดซึมเป็นเหตุผลสำคัญที่ในโรงพยาบาล ธุรกิจด้านโภชนาการ หรือด้านเภสัชกรรมจึงนิยมใช้โต๊ะสแตนเลสเพราะไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน นอกจากนั้นโต๊ะสแตนเลสยังทำความสะอาดได้ง่ายและต้องการการดูแลรักษาน้อย 5. ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสแตนเลสเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ถ้าหากโต๊ะสแตนเลสชำรุด ผุพัง สามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โต๊ะสแตนเลสเป็นโต๊ะประเภทหนึ่งที่มีความแข็งแรงและทนทานที่ในหลายอุตสาหกรรมเลือกใช้งาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและยา, อุตสาหกรรมบริการ เนื่องจากโต๊ะสแตนเลสเป็นประเภทของโต๊ะที่ถูกสุขอนามัยมากที่สุด ไม่มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการปนเปื้อน นอกจากนั้นวิธีการดูแลรักษาก็ง่ายไม่ซับซ้อนเพียงแค่เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกที่ติดอยู่บนโต๊ะสแตนเลสหลังจากใช้งานเสร็จ และจัดเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยเพื่อยืดอายุการใช้งานของโต๊ะ ในกรณีที่โต๊ะสแตนเลสเกิดสนิมให้ทาสารละลายออกซาลิกในบริเวณที่เป็นสนิมแล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดโต๊ะให้แห้งก็สามารถนำมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง Jenstore by Jenbunjerd ผู้ผลิตและจำหน่าย โต๊ะสแตนเลส, เก้าอี้สแตนเลส, โต๊ะสแตนเลสวางเครื่องมือแพทย์ มีทั้งแบบมีล้อและไม่มีล้อ มีรุ่นที่สามารถพับเก็บได้ ผลิตจากวัสดุสแตนเลสคุณภาพดี ทนทานต่อสารเคมี ทำความสะอาดง่าย มีหลายแบบและหลายขนาดให้เลือกใช้งาน ซึ่งอยู่ภายใต้แบรนด์ TOOLMAX แบรนด์คุณภาพที่มีมาตรฐาน นอกจากนี้ยังรับสั่งทำตู้ โต๊ะสแตนเลสทุกรูปแบบตามความต้องการ พร้อมยินดีให้คำแนะนำและบริการหลังการขายที่จะช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้งาน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ : Website : https://www.jenstore.com (Live Chat) Tel : 02-096-9999 (200 คู่สาย) Email : [email protected] LINE Official Account: @jenstore Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd

2023-09-25
ขับเคลื่อนงานคลังให้เดินหน้าเต็มพิกัดด้วยรถ Order Picker EV-500

การมีระบบโลจิสติกส์ในคลังสินค้าที่ดี เบิกจ่ายสินค้าได้สะดวก รวดเร็ว การเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว กระจายสินค้าถึงที่หมายได้ตรงเวลา นับเป็นเส้นทางสู่ชัยชนะบนโลกธุรกิจได้อย่างแท้จริง ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอบสนองความต้องการลูกค้าได้มากขึ้นเท่านั้น “รถ Order Picker EV-500” ก็เป็น 1 ในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาแล้วหลายธุรกิจ “ผู้ช่วยสำคัญงานคลัง เล็กกะทัดรัด คล่องตัวในที่แคบ ทรงพลัง” รถ Order Picker EV-500 ผลงานคนไทยจากบริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ภายใต้แบรนด์ Jumbo เป็นรถ Order Picker ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ทรงพลังด้วยความสามารถในการรับน้ำหนักถึง 500 กก. ช่วยเปลี่ยนงานขนย้ายและเบิกจ่ายในที่แคบให้เป็นเรื่องง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ คล่องตัว เหมาะกับธุรกิจพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมที่มีคลังสินค้าขนาดกลางและเล็ก ที่มีพื้นที่จำกัด “ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นรถให้ตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจ” ด้วยความเข้าใจถึงการใช้งานที่หลากหลายของแต่ละอุตสาหกรรม เจนบรรเจิดสามารถปรับเปลี่ยนตัวรถเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทีมงานขอยกเคสตัวอย่างการดัดแปลงรถ Order Picker ลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยางล้อรถประเภทต่างๆ ซึ่งต้องมีการเคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนต่างๆตลอดเวลา จากการที่มีพื้นที่คลังจำกัด จึงทำให้ไม่สามารถใช้รถยกหรือรถลากจูงขนาดมาตรฐานทั่วไปได้ ที่ผ่านมาจึงต้องใช้แรงงานคนล้วนๆในการขนถ่ายโดยการใช้รถเข็น ทีมงานจึงนำเสนอ รถ Order Picker EV-500 ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี (สามารถชมภาพการทำงานได้จากวิดีโอตัวอย่าง จะพบว่ามีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้หญิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) และได้ปรับเปลี่ยนกระบะบรรทุกสินค้าด้านหลังให้สามารถลากจูงได้ตามโจทย์ของลูกค้า โดยการติดตั้งที่พ่วงหลังเสริมขึ้นมา จึงได้รถที่สามารถทดแทนกำลังคนได้ 100% ทำให้งานเคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเนื่องจากฟังก์ชั่นการใช้งานที่เปลี่ยนไป จึงต้องเพิ่มตัวช่วยด้านความปลอดภัย ด้วยการส่งสัญญาณทั้งในรูปแบบแสงและเสียง โดยการติดตั้งเสาไฟไซเรนซ์ LED แบบกะพริบ เพื่อให้เห็นรถได้จากระยะไกล และมีเสียงสัญญาณเตือนเดินหน้าถอยหลัง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบได้ทันทีเมื่อรถเข้ามาใกล้

2023-06-30
×
สายด่วนสั่งซื้อสินค้า บริการจัดหาสินค้า สินค้าสั่งทํา 02 096 9999
บริการหลังการขาย 02 096 9898
ต่อ 3102-3103
ไลน์ @jenstore
เวลาทําการ 08.30 - 17.30 น.
Copy to Clipboard